ในโลกของวงการฟุตบอลนั้น มีมากมายที่เมื่อเราเห็นนักฟุตบอลหลายคน เมื่อถึงเวลาที่ต้องย้ายทีมไปเล่นสโมสรใหม่นั้น มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว เพราะแต่ละทีม แต่ละฤดูกาลเมื่อถึงเวลาก็ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายนักเตะเพื่อหมุนเวียนให้มีความสมดุลในระบบการเล่นภายในทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กหรือทีมใหญ่

แม้ขนาดทีมที่มีนักเตะเก่งๆมากมายอย่างสโมสรเชลซีนั้น ก็ยังต้องมีการขายนักเตะออกไปเพื่อได้เงินมาซื้อนักเตะใหม่เพื่อความสมดุล ซึ่งเรามาลองไล่ดูกันว่านักเตะที่ย้ายออกจากสโมสรเดิมนั้น แล้วไปได้ไกลกว่าปัจจุบันนั้น มีใครกันบ้าง

นาธาน อาเก้  ครั้งหนึ่งที่นักเตะคนนี้กลายเป็นเหมือนส่วนเกินของสโมสรเชลซี ก่อนที่จะเก็บข้าวของย้ายไปเล่นให้ทีมบอร์นมัธ ซึ่งกลายเป็นว่านักเตะคนนี้ได้พิสูจน์ตัวเองว่า เค้าดีพอที่จะเป็นกองหลังระดับตำนานให้กับสโมสรได้ เพราะด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและแข็งแกร่ง จนถึงขนาดครั้งหนึ่งทางสโมสรเชลซี ต้องเรียกเค้ากลับมารับใช้ในช่วงที่เป็นตัวยืมให้กับสโมสรอื่นด้วยซ้ำ

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กับครั้งหนึ่งที่ทนทุกข์ทรมานกับสโมสรแห่งนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจอำลำทีมไป เพราะไม่สามารถเบียดตำแหน่งกับ ดิดิเยอร์ ดรอกบ้า ได้ ก่อนที่จะย้ายไปได้ดิบได้ดีกับลิเวอร์พูล ในสมัยที่ยังเป็น S&S คือซัวเรซ กับสเตอร์ริจ ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นช่วงขาขึ้นของเค้าเลย แต่เพราะอาการบาดเจ็บที่รบกวนนักเตะคนนี้บ่อย จึงทำให้ฟอร์มไปไม่ถึงขั้นสุดซะที

มาริโอ ปาซาริช นักเตะที่ถูกลืมของเชลซี เพราะตั้งแต่ย้ายมาที่นี่เมื่อปี 2014 เค้าก็ยังไม่เคยได้ลงเล่นชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว เพราะตัวเค้าไม่เคยอยู่ในสายตาของอดีตกุนซือ อย่างโฆเซ่ มูรินโญ่ เลย จนทุกวันนี้ได้ย้ายไปเล่นโลดแล่นอยู่ที่อิตาลี กับทีมอตาลันต้า ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา แถมยังเป็นกำลังสำคัญที่ยกระดับของทีมในช่วง สองสามปีหลังนี้ให้ได้มีโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปด้วยซ้ำ

โรเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าร่างยักษ์ ที่เคยมีฟอร์มตกอับกับเชลซี ก่อนที่จะย้ายไปเป็นพระเอกที่สโมสรเอฟเวอร์ตัน จนกลายเป็นที่หมายปองของสโมสรใหญ่ ๆ ก่อนที่นักเตะคนนี้จะถูกกระชากไปร่วมลงหลุมกลับผีแดง ก่อนที่จะไปเกิดใหม่เป็นงูในปัจจุบัน

ซึ่งหากมองกันจริงๆแล้ว นักเตะที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่อาจจะเพราะเค้าอยู่ผิดที่ผิดเวลา ในช่วงที่สโมสรต่างเล็งเป้าไปกับนักเตะบิ๊กเนม จนลืมไปว่า เพชรในโคลนตมก็ยังมีอยู่

Posted in นักฟุตบอล

หลังจากที่ตามหากันจนเจอ กับตำแหน่งที่ลงตัวและเหมือนเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของทีมแมนยูในฤดูกาลนี้ ที่หลังจากได้ตัวนักเตะคนนี้มา แมนยูของโซลชา เปลี่ยนจากผีที่ลงหลุมไปแล้ว ลุกขึ้นมาหลอกหลอนทีมอื่นกันเป็นว่าเล่น เพราะนักเตะอย่าง 

บูรโน่ เฟอร์นันเดส เข้ามาเปลี่ยนแปลงการเล่นของฟุตบอลแมนยู ให้ดูเป็นทรงฟุตบอลได้ดีขึ้นมาก เพราะด้วยความที่เค้าเป็นนักเตะที่เล่นบอลได้ฉลาดและครบเครื่อง ไม่ว่าจะรุก รับ ทั้งยิง เลี้ยง และจ่ายบอล แต่ที่สำคัญสุดคือ เล่นง่าย ทำให้เพื่อนๆร่วมทีมต่างไม่ต้องเป็นกังวลกับการเล่นของเค้า ผิดกับ พอล ป๊อกบา ที่ต้องบอกว่าเป็นนักเตะอัจฉริยะ แต่ด้วยความที่ค่อนข้างติดแอ๊ก และมักจะเล่นลูกยากๆ ทำให้เพื่อนตามกันไม่ทัน ผลร้ายจึงเกิดขึ้นมากกว่าผลเสีย ซึ่งถึงขนาดนี้ แฟนบอลลืม พอล ป๊อกบา ไปแล้ว และด้วยตำแหน่งที่เล่นเหมือนกัน จึงทำให้แฟนบอลไม่ต้องการนักเตะอย่างพอล ป๊อกบา อีกต่อไป 

ถึงขนาดที่โซลชา บอกว่า ฤดูกาลหน้าเค้าขอซื้ออีกสามตำแหน่งเท่านั้น เค้าพร้อมที่จะต่อกรและแย่งแชมป์กับทุกทีม ซึ่งนักเตะตำแหน่งนั้นนั้นมีใครบ้างลองมาดูกัน 

ตำแหน่งกองกลาง ที่ทางโซลชา อยากได้มาช่วยทีม เพราะมีข่าวว่า เค้าอาจจะขาย เนมันย่า มาติชทิ้งออกไป และเอามาเป็นอะไหล่เล่นร่วมกันนักเตะที่มีอยุ่แล้ว กับ สก๊อต แมคโทมิเนียร์  และเฟรด ส่วนพอล ป๊อกบา ดูแล้วยังไงก็น่าจะย้ายออกมา นี่จึงเป็นตำแหน่งที่โซลชา ต้องการ

ตำแหน่งตัวริมเส้น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่โซลชาต้องการอย่างมาก เพราะปีกธรรมชาติของแมนยูตอนนี้ มีแค่ ดาเนี่ยม เจมส์ จริง นอกนั้น อย่างมาต้า อาจจะอายุมากเกินไปแล้ว ซึ่งโซลชา นั้นอยากได้ เจดอน ซานโช่ จากดอร์ทมุน มาร่วมทีม ซึ่งทางหากไม่ได้นักเตะคนนี้ อาจจะเป็น โธมัส มุลเลอร์ จากเสือใต้ บาเยิรน์มิวนิก 

สุดท้ายตำแหน่งกองหน้า ซึ่งตอนนี้มี มาร์ซิยาล กับ แรชฟอร์ด และดาวรุ่งชั้นดี อย่าง มารอน กรีนวูด ซึ่งคนที่เค้าอยากได้นั้น คือ แฮรี่ เคน ซึ่ง หากได้มาจริงๆ เค้าสามารถโยก มาร์ซิยาล  ไปเล่นด้านข้างได้ และถ้าหากได้มาจริงๆ นั้น น่าจะทำให้แมนยู กลายเป็นทีมที่น่ากลัวจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องอยู่ที่บารมี ฝีปากของโซลชา ว่าจะดึงผู้เล่นที่เค้าอยากได้มาร่วมทีมหรือไม่ และที่สำคัญคือเงิน ที่จะจ่ายให้กับต้นสังกัดเดิมของนักเตะคนนั้นได้หรือมา แต่หากได้มาจริงๆ ทั้งสามตำแหน่งนั้น นั่นหมายความว่า แมนซิตี้ และลิเวอร์พูลนั้น มีคู่แข่งสำคัญเพิ่มขึ้นมาอีกทีมในฤดูกาลหน้า

 

สนับสนุนโดย  dewabet

Posted in ข่าวกีฬา

พรีเมียร์ลีก หรือพรีเมียร์ชิพ ถือว่าเป็นลีกที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของการจัดอันดับที่มีผู้ชมเยอะและติดตามมากที่สุดในโลก เพราะลีกของอังกฤษนี้ มีการแข่งขันที่เข้มข้น และแต่ละทีมค่อนข้างสูสีและมีศักยภาพที่ใกล้เคียงกัน

โดยปัจจุบันลีกอังกฤษนั้นมีทั้งหมด 20 ทีม

แข่งขันกันทั้งหมดทีมละ 38 นัด และยังมีแถมฟุตบอลถ้วยในประเทศอีก 2 ถ้วย คือ ถ้วยลีกคัพหรือคาราบาวคัพในปัจจุบัน และอีกถ้วยคือเอฟเอคัพ ซึ่งความสนุกของพรีเมียร์ลีกนี้ ก็เพราะมีทีมที่เป็นยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอล อยู่ถึง 4 ถึง 6 ทีมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือเจ้าของฉายาผีแดง , ทีมลิเวอร์พูล หรือเจ้าของฉายาหงส์แดง, ทีมเชลซี เจ้าของฉายาสิงห์บลู, ทีมอาร์เซนอล เจ้าของฉายาปืนใหญ่ , ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ หรือเจ้าของฉายาเรือใบสีฟ้า และทีมเสปอร์ เจ้าของฉายาไก่เดือยทอง ซึ่งทั้งหกทีมนี้ต่างสร้างสีสันและความสนุกให้กับฟุตบอลอังกฤษอย่างมากมาย

เพราะทั้งหกทีมนี้ผลัดกันครองความยิ่งใหญ่ทั้งในฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วย อีกทั้งทีมต่างๆที่เหลือก็ยังพร้อมที่จะเป็นทีมที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์การลุ้นแชมป์ของแต่ละทีมให้เปลี่ยนไปได้ โดยในช่วงทศวรรษปี 2000-2010 นั้นดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาความยิ่งใหญ่ของทีมอย่างแมนยูไนเต็ด อาร์เซนอล และเชลซี ซึ่งทั้งสามทีมนี้ผลัดกันขึ้นเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกกันอย่างสุดมันส์ รวมถึงทีมอย่างแมนยูไนเต็ดที่ก้าวไปครองความยิ่งใหญ่ในระดับยุโรปได้

แต่หลังจากสิบปีผ่านไปเข้าสู่ยุคปี 2011 จนถึงปัจจุบันการผ่องถ่ายอำนาจจากเมืองแมนยู ไปสู่เมืองแมนซิตี้ จากสีแดงกลายเป็นสีฟ้านั้น แมนซิตี้ก้าวขึ้นมาครองอำนาจอย่างเต็มตัว โดยมีทีมเชลซี กับลิเวอร์พูล และสเปอร์ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่ง ซึ่งการที่มีทีมหลายๆทีมแย่งชิงความเป็นหนึ่งนั้นจึงทำให้ลีกพรีเมียร์ชิพอย่างอังกฤษ เป็นลีกที่ดูสนุกและลุ้นกันนัดต่อนัด ผิดกับลีกอื่นๆ ที่ผูกขาดกันแค่ สองสามทีม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นักบอลเก่งๆ ส่วนใหญ่มีความต้องการและสนใจที่จะมาค้าแข้งอยู่ในบนเกาะอังกฤษนี้

และลีกอังกกฤษนี้ยังเป็นสื่อชั้นดีที่ทำให้นักเตะดังไปทั่วโลก มีผู้คนมากมายที่รอจะรู้จักพวกเค้า หากเพียงแค่คุณเล่นได้เข้าตาเพียงแค่นัดหรือสองนัด ชื่อของคุณจะดังเพียงชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว และนี้คงเป็นมนต์เสน่ห์ของฟุตบอลอังกฤษ ที่ดึงดูดนักเตะจากทั่วโลกให้เข้ามาค้าแข้งและสร้างความสนุกให้กับคนดูที่ติดตามฟุตบอลอังกฤษกันอยู่ทั่วโลก

 

สนับสนุนโดย  9luck

Posted in ข่าวกีฬา

หากจะพูดตำแหน่งกัปตันทีมฟุตบอลนั้น

นั่นคือตำแหน่งที่ทรงเกียรติพาลูกทีมขึ้นรับถ้วยแชมป์และเหรียญรางวัล ส่วนในสนามคุณต้องเป็นผู้นำที่ทำหน้าที่บัญชาเกมและคุมเพื่อนร่วมทีม รวมถึงคอยกระตุ้นปลุกเร้าให้ร่วมกันสู้ แต่หากมองถึงคุณสมบัตินี้หล่ะ ในสมัยนี้ค่อนข้างหายากกับคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งกัปตันทีมนี้จริงๆ บางทีมก็เลือกจากอาวุโส บางทีมก็เลือกจากค่าตัวแพง บางทีมก็เลือกจากความเก่ง

แต่สำหรับทีมอย่างอาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอนนั้น นับตั้งแต่มีสุดยอดกัปตันทีมไล่เรียงมาตั้งแต่ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษอย่าง โทนี่ อดัมส์ ไล่มาจนสุดยอดกองกลางอย่าง แพคทริค วิเอร่า และสุดท้ายมาที่ยอดกองหน้าตัวยิงประตูอย่างเธียรี่ อองรีนั้น และหลังจากหมดยุคของทั้งสามคนนี้นั้น ทีมเมืองหลวงจากกรุงลอนดอน อย่างอาร์เซนอลนี้ ก็ไม่เคยมีกัปตันทีมใจเพชรจริงๆที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้เลย เพราะตั้งแต่นั้นมากัปตันแต่ละคนของอาร์เซนอล

ก็เรียกได้ว่าไม่เข้าตาเลยสักคน ไล่มาตั้งแต่ กัปตันกองหลังอย่าง โลล็องค์ ก๊อตซินี่ ซึ่งเรียกว่าเป็นกัปตันทีมกระดูกเปราะที่ลงเล่นไม่กี่นัดเดี๋ยวก็เจ็บ ซึ่งหมายความว่าเค้าเล่นๆ และก็หยุดๆ เพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บนี่เอง

แถมบางนัดลงมาเล่น แต่ฟอร์มก็สามวันดี สี่วันไข้ เดี๋ยวบางนัดก็เก่งขึ้นมา แต่บางนัดฟอร์มก็หลุดซะอย่างนั้น ซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เค้าไม่สามารถเป็นกัปตันทีมที่ดีของอาร์เซนอลได้เลย คนต่อมาคือ เมซุต โอซิล คนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะถ้าว่ากันด้วยฝีมือ นักเตะคนนี้ถือว่ามีเซนส์บอลที่สุดยอด แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นคนขี้เกียจไม่ค่อยวิ่ง และไม่ดุดัน ทำให้เพื่อนๆในสนาม ไม่ค่อยจะยอมรับเค้าในตำแหน่งกัปตันทีมนี้ซะเท่าไหร่

แล้วยิ่งแฟนบอลเห็นความขี้เกียจเค้าขนาดนี้ ยิ่งไม่ค่อยจะปลื้มเลยแม้แต่นิดเดียว คนต่อมาคือ ชานิต ชาก้า จริงๆแล้ว ชาก้านั้น ตอนแรกที่รับตำแหน่งนี้ เหมือนเค้าจะทำได้ดีทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วด้วยความที่เค้าเริ่มเล่นบอลแบบติดแอ๊ก คิดว่าตัวเองเก่ง และเริ่มทำให้ทีมเสียกระบวนการเล่น แฟนบอลก็เริ่มจะไม่ชอบใจเค้าเท่าไหร่

และเรื่องที่สำคัญ นัดที่เค้าโดนเปลี่ยนตัวออกครั้งหนึ่งในเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ตัวเค้าเองตบะแตก และแสดงความไม่พอใจออกมา ตอนถูกเปลี่ยนตัวและตะโกนใส่แฟนบอลว่า fuck off ซึ่งนั่นหมายความว่าตำแหน่งปลอกแขนกัปตันทีมของเค้ากระเด็นไปพร้อมกับคำพูดนั้นเลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายปลอกแขนกัปตันทีม ปัจจุบันย้ายมาอยู่กับ โอบาเมยอง ซึ่งแฟนบอลก็หวังว่าเค้าจะทำได้ดีเหมือน อองรี ในยุคก่อนนะ

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้  nowbet

Posted in ข่าวกีฬา

แมนยูไนเต็ด หรือผีแดง สโมสรยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ชิพ ของเกาะอังกฤษ ทีมที่ไม่มีใครรู้จัก และหลายๆคนที่เล่นฟุตบอลก็ใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเล่นให้กับทีมผีแดงนี้ สักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่คุณรู้ไหมว่าเคยมีนักเตะที่ปฎิเสธ แมนยูมาแล้ว อาจจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่พวกเค้าเหล่านั้นไม่มาแมนยู

คนแรก โรนัลดินโญ่ ก็ไม่แปลกที่จะไม่มา เพราะระดับนักเตะอย่างเหยินน้อยก็มีสิทธิที่จะเลือกเหมือนกัน เพราะตอนนั้นเค้ามีตัวเลือกอย่างเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า เข้ามาอยู่ในใจด้วยและสุดท้ายเหยินน้อยก็ตัดสินใจไปเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ปล่อยให้แฟนผีแดงบ่นร้องเสียดายกันไป และยิ่งไปกว่านั้นการเลือกของเหยินน้อย ก็ถือว่าเลือกถูกเพราะเค้านั้นไปได้ดิบได้ดี กับบาร์เซโลน่า และเป็นจอมทัพพาทีมกวาดแชมป์มากมายนับไม่ถ้วน

อลัน เชียร์เรอร์ สุดยอดดาวยิงในยุคนั้น

ที่กองเชียร์ผีแดงอยากได้มากที่สุด เพราะหัวหอกทีมชาติอังกฤษในช่วงนั้นถือว่าเป็นดาวยิงที่สุดยอดที่สุดในเกาะอังกฤษ แต่กลับกลายเป็นว่า เชียร์เรอร์ ตัดสินใจไปอยู่ กุหลาบไฟ แบล็กเบรินโรเวอร์ ซะงั้น ทั้งๆ ที่สื่อหลายคนเชื่อว่า ยังไงผีแดงก็ไม่พลาดดาวเตะคนนี้แน่นอน ซึ่งเหตุผลที่เชียเรอร์ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ไปผีแดงนั้นก็เพราะว่ากุหลาบไฟติดต่อเค้าเข้ามาก่อนนั่นเอง โอ้โห อะไรจะยึดมั่นถือมั่นซะขนาดนั้น เพราะถ้าดาวยิงคนนี้ตัดสินใจมาผีแดง คิดว่าอาชีพนักเตะอย่างเค้าก็มีเหรียญรางวัลชนะเลิศมากมาย และคงมีโอกาสได้ชูถ้วยพรีเมียร์มากกว่าหนึ่งครั้งแน่ๆ

แกเร็ธ เบล ปีกพ่อมดชาวเวลล์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นอยู่กับเซาแธมป์ตัน และย้ายไปอยู่ไก่เดือยทอง ซึ่งผีแดงก็หมายปองที่จะอยากได้เค้าไปร่วมทีม แต่สุดท้ายนักเตะรายนี้ก็ย้ายไป ราชันชุดขาว ซึ่งก็ถือว่าไม่แปลก เพราะราชันยุคนั้น เพียบพร้อมไปด้วยซุปเปอร์สตาร์ที่พร้อมจะช่วยผลักดัน ให้ปีกพ่อมดรายนี้ คว้ารางวัลต่างๆ

มาประดับอาชีพการค้าแข้งของเค้าได้ ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดที่ถูกต้อง เพราะตั้งแต่เจ้าตัวย้ายไปร่วมทีมมาดริด นักเตะคนนี้ก็คว้ารางวัลมากมาย กวาดแชมป์จนนับไม่ถ้วน ซึ่งก็ถือว่าเค้าคิดถูกต้องแล้วที่ย้ายไปมาดริด เพราะด้วยเจ้าตัวมักจะมีอาการบาดเจ็บบ่อย หากฝืนเล่นในลีกอังกฤษที่ถือว่าเล่นค่อนข้างหนักกว่าเสปน ป่านนี้เจ้าตัวคงไม่พิการ แต่คงโดนเตะจนน่วมแน่ๆ 

และนี่คือนักเตะในตำนานที่เคยปฏิเสธเข้าร่วมโรงละครแห่งความฝันมาแล้ว

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนจาก  rb88

Posted in ข่าวกีฬา

หากจะถามว่าใครเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดของทัพผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายๆ คนอาจจะมีนักเตะในใจ แต่คนหนึ่งที่มักจะถูกพูดถึงนั่นก็คือ รุด ฟานนิสเตอรอย เพราะเค้าคือหนึ่งในกองหน้าที่เฉียบขาดที่สุดในยุคปี 2000 และกรอบเขตโทษคือพื้นที่ของเค้า โดยรุด ฟานนิสเตอรอย เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นตั้งแต่เด็ก และไม่เคยเล่นตำแหน่งกองหน้ามาก่อนเลย

เพราะตำแหน่งที่เค้าเริ่มเล่นคือกองกลาง จนเค้าเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลอย่างจริงจัง กับสโมสรเดนบอสในตอนเค้าอายุสิบเจ็ดปี รุด ฟานนิสเตอรอย ได้ใช้เวลาประมาณสี่ปี ในการฝึกปรือความสามารถกับสโมสรแห่งนี้ จนมีโอกาสได้ย้ายไปเล่นในสโมสรที่ใหญ่ขึ้นอย่าง ฮีเรนวีน และที่นี่เอง เค้าใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งปีในการลงเล่น จนผลงานและฝีเท้าไปเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่ อย่างพีเอสวีไอโฮเฟ่น ดึงตัวเค้าไปร่วมทีม

และที่นี่เองที่ทำให้เค้ากลายเป็นดาวยิงที่แท้จริง ด้วยประตูรวมเพียงแค่ฤดูกาลเดียวที่เค้าเริ่มเล่นคือ สามสิบเอ็ดประตู และในฤดูกาลที่สอง ความร้อนแรงยังคงต่อเนื่อง เค้าพาทีมจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งที่สาม และได้ไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก และฤดูกาลที่สามเค้าก็พาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

ด้วยผลงานลงเล่น สามสิบเอ็ดนัด และยิงไปสามสิบเอ็ดประตู นั่นทำให้ชื่อเสียงของเค้าไปเข้าหูของ เซอร์ อเล็กเฟอร์กูสัน จนถึงกับต้องเซ็นต์สัญญากับเค้าในฤดูกาลต่อมา แต่แล้วสัญญานี้ก็ต้องล่มลง เมื่อฟานนิสเตอรอยได้รับบาดเจ็บ ถึงขนาดต้องพักรักษาตัวเป็นปี และนี่เองที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ให้สัญญาใจกับ รุด ฟานนิสเตอรอย ว่าถ้าเค้าหายเจ็บเมื่อไหร่ และกลับมาโชว์ฟอร์มได้เหมือนเดิม เค้าจะกลับมาเซ็นต์สัญญา และคว้าไปร่วมทัพผีแดงอีกครั้ง และนั่นก็คือความจริงที่ เซอร์อเล็กซ์ ได้พูดไว้

เพราะเมื่อรุด ฟานนิสเตอรอย หายเจ็บและกลับมาเล่นได้ดีเหมือนเดิม ยอดผู้จัดการทีมก็ไม่รอช้าคว้าตัวของเค้าไปร่วมทัพจนได้ และรุด ฟานนิสเตอรอย  ก็ตอบแทนความไว้วางใจนี้ ด้วยการลงเล่นแค่ฤดูกาลแรก ก็สามารถพาแมนยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกมาครองได้ ด้วยผลงานส่วนตัวอันสุดยอดของเค้าคือลงเล่นทั้งหมด ห้าสิบสองเกม เค้ายิงไปถึงสี่สิบสี่ประตู

และตลอดห้าฤดูกาลที่เค้าร่วมทัพกับปีศาจแดงนั้น รุด ฟานนิสเตอรอย ยิงได้เกินเลขสองหลัก ทุกฤดูกาล ซึ่งถ้าดูฤดูกาลที่เค้ายิงได้น้อยสุดนั้น ก็ยังปาเข้าไปถึงสิบหกประตูเลยทีเดียว แต่ทว่าฉากจบระหว่างเค้ากับผีแดงก็ไม่สวยนัก เพราะดันไปทะเลาะกับเฟอร์กี้ และมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมอย่าง คริสติโน่ โรนัลโด้ ซึ่งสุดท้ายเค้าก็ต้องย้ายออกจากสโมสรนี้ไป

Posted in นักเตะชื่อดัง

เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ นี่คือคำที่ใช้ได้จริงในโลกฟุตบอล

เพราะเรื่องราวของทีมบาร์เซโลน่า ในยุคที่มีโรนัลดินโญ่ กับ ลีโอเนล เมสซี่ นั้นได้เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะยุคก่อนที่จะมี ลีโอเนล เมสซี่ นั้น โรนัลดินโญ่ คือนักเตะมหัศจรรย์ ที่ทีมบาร์เซโลน่ามีอยู่ เพราะเค้านั้นสามารถสร้างปรากฎการณ์ การเล่นฟุตบอลที่ดูเพลินตาและพาทีมกวาดแชมป์มานับไม่ถ้วน โดยเจ้าเหยินน้อยนั้น ได้ย้ายทีมมาจาก ปารีส แซงแชร์แมงค์ ในลีกฟุตบอลฝรั่งเศสในวัยยี่สิบสามปี และที่นี่เองที่สตาร์คนนี้ฉายแสงออกมา และได้มีโอกาสได้ย้ายมาสู่บาร์เซโลน่า แม้ในฤดูกาลแรก บาร์เซโลน่า กับ โรนัลดินโญ่ จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ

แต่หลังจากนั้น โรนัลดินโญ่ ก็โชว์เพลงเตะเริงระบำแซมบ้าคลาสสิก และยึดบทบาทจอมทัพ ควบพาทีมบาร์ซ่า คว้าแชมป์มากมาก แต่ในขณะเดียวกับในชุดเยาวชน มีเด็กน้อยอายุวัยเพียงสิบหกปี ก็โชว์เพลงเตะสไตล์อเมริกาใต้เหมือนกัน จนทำให้เมสซี่ ได้มีโอกาสขึ้นมาเล่นชุดใหญ่

และนั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเสือสองตัว โดยวันแรกที่เหยินน้อย ได้พบกับเมสซี่ และได้ร่วมลงเล่นในสนามฝึกซ้อมเดียวกัน เหยินน้อย ได้กล่าวไว้ว่า เจ้าเด็กคนนี้คือคนที่จะมาควบตำแหน่งจอมทัพของบาร์เซโลน่าคนต่อไปและเค้าจะเก่งกว่าผมนี่เอง และเกมเป็นทางการครั้งแรกของเมสซี่ นั้นก็เป็นเหยินน้อยนี่แหละที่ถวายจ่ายพานให้กับเมสซี่ ยิงประตูแรกในสีเสื้อบาร์เซโลน่าชุดใหญ่ ซึ่งตลอดเวลาทีร่วมเล่นด้วยกัน เหยินน้อยเปรียบเสมือนเพื่อนและพี่ชายที่คอยรับส่งและไปสนามซ้อมด้วยกันเสมอ ซึ่ง ณ เวลานั้นไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า เหยินน้อย คือนักฟุตบอลหมายเลขหนึ่งของทีมบาร์เซโลน่า

และช่วงเวลานั้นด้วยวัยที่ต่างกันถึงแปดปี เมสซี่ ยังเหมือนเด็กที่รอคอยโอกาส โดยตลอดระยะเวลาที่ เหยินน้อย และเมสซี่ ร่วมเล่นกันตลอดสี่ปี ทั้งคู่พาทีมคว้าแชมป์มาสู่สโมสรบาร์เซโลน่าอย่างมากมาย แต่แล้วเวลาที่เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ก็มาถึง เพราะด้วยความสำมะเหร่เทเมาและชอบปาร์ตี้

นั่นคือสาเหตุที่สโมสรเริ่มมองถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นตัวอย่างให้นักเตะอนาคตของสโมสรอย่าง เมสซี จะเริ่มทำตามและเอาแบบอย่าง จึงทำให้สโมสรเริ่มผลักดันเมสซี่ เข้ามาแทนที่ของเหยินน้อย ซึ่งสุดท้าย เหยินน้อย ก็ได้ย้ายไปสู่ ปีศาจแดงดำ อย่างเอซีมิลาน จนในที่สุดเมื่อไม่มีเหยินน้อยนั้น เมสซี่ เริ่มฉายแววความเป็นผู้นำมา และจอมทัพออกมาเต็มตัว นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน

Posted in ข่าวกีฬา

นักเตะหลายๆคนที่มีโอกาสได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ของสโมสร หรือได้มีโอกาสได้ไปเล่นกับสโมสรใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลายคนเมื่อได้รับโอกาสก็สามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้

แต่อีกหลายคนเมื่อได้รับโอกาส ก็ไม่สามารถคว้าหรือเก็บรักษามาไว้ได้ เราลองมาดูกันว่ามีนักเตะคนไหนบ้างที่ไม่สามารถคว้าโอกาสนั้นได้

เคเซ่ โรวดิเกซ ซึ่งโดดเด่นมากในชุดเยาวชนก็ทีมราชันชุดขาวอย่างรีลมาดริด ในตำแหน่งกองหน้า จนได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ ในช่วงที่ คาร์โล อันเชลอตติ คุมทีมอยู่ในยุคนั้น แต่แล้วด้วยความที่ทีมมาดริดนั้น เต็มไปด้วยเหล่าซุปเปอร์สตาร์ อย่างคาริม เบนเซม่า โรนัลโด้ อังเคล ดิมาเรีย หรือแม้แต่ อโวโร่ โมราต้า จึงไม่สามารถทำให้เบียดแย่งพื้นที่ตำแหน่งตัวจริงมาได้ จนสุดท้ายย้ายไปอยู่กับทีมปารีส แซงค์แชแมงค์ แต่ก็อีกน่ะหล่ะ เค้าไม่ประสบความสำเร็จ เลยต้องย้ายอีกครั้งไปอยู่ลาสพามัส ในลาลีก้า และสโต๊ก ในแชมป์เปี้ยนชิพ

คาลัม แชมเบอร์ กองหลังที่ได้รับการจับตามองว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในสมัยค้าแข้งกับทีมเซาแธมป์ตัน จนได้รับโอกาสจาก อาแซน เวนเกอร์ กุนซือของปืนใหญ่ อาร์เซนอลในยุคนั้นซึ่งปีแรกนั้น แชมเบอร์ เล่นได้ดีมาก แต่พอมาปีที่สอง อาร์เซนอล ได้

แบ๊กขวา อย่าง เอคเตอร์ เบยาริน ฉายแววขึ้นมา จนเบียด แชมเบอร์ ลงไปนั่งม้านั่งสำรองได้สนิท 

มาร์ติน โอเรนการ์ด เจ้าหนูจากทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งฉายแวว และโดดเด่นขึ้นมากับทีมอย่าง ฮีเรนวีน ในลีกฮอลแลนด์ จนถึงได้รับการขนานนามว่า นิวเมสซี่ เลยทีเดียว แต่เมื่อเค้าได้ย้ายไปอยู่รีลมาดริด ก็กลายเป็นที่ที่เค้าต้องไปนั่งตัวสำรองเหมือนนักเตะเก่งๆ คนอื่นๆ เพราะถ้าชื่อคุณไม่ได้บิ๊กเนม หรือเก่งแบบเทวดาจริงๆ นั้น คงยากที่จะเบียดซุปเปอร์สตาร์ของ รีลมาดริด ไปได้อย่างแน่นอน

แอนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติบราซิล ซึ่งเคยฉายแวว ถึงขนาดได้รับการยกย่องว่าเป็น นิวโรนัลดินโญ่ จนได้โอกาส จากท่านเซอร์ อเล๊กซ์ เฟอร์กูสัน ดูดเข้าสู่รังผี แต่แล้วก็เหมือนกับ แอนเดอร์สัน ถูกฝังลงไปในหลุมยังไงยังงั้น เพราะตลอด หกปีที่ผ่านมา แอนเดอร์สัน ไม่หลงเหลือความเป็น นิวโรนัลดินโญ่ อีกเลย จนต้องถูกขายทิ้งไปในที่สุด

ปาโก้ อากาเซ่ เด็กปั้นจากสโมสรบาเลนเซีย และเคยติดทีมชาติเสปนชุดใหญ่มาแล้ว แต่เมื่อได้มีโอกาสย้ายไปสู่คัมป์นู  แต่แล้วนั่นเหมือนการดับฝันของ อากาเซ่ เพราะที่นั่นมีทั้ง เมสซี่ ซัวเรซ และเนย์มาร์ จึงทำให้เค้าไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควร และถึงแม้ช่วงที่เนย์มาร์ ได้ย้ายออกไปแล้วนั้น ฟอร์มของเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่หลงเหลืออีกแล้ว

Posted in ข่าวกีฬา

หากพูดถึงชื่อนักเตะฟุตบอล ในตำแหน่งกองหลังที่เก่งๆ

นั้นคงมีอยู่มากมาย แต่ถ้าถามว่าแล้วที่เป็นสัญชาติอังกฤษหล่ะมีใครบ้าง หลายๆคน คงนึกไม่ค่อยออก เพราะกองหลังอังกฤษเก่งๆ นั้นค่อนข้างหายาก หลังจากหมดยุคของ โทนี่ อดัมส์ หรือ สตีฟ บรูซ แล้ว แต่ก็นั่นแหล่ะ ฟ้าไม่สิ้นคนดีหรือคนเก่ง สุดท้ายนักเตะอังกฤษ ในตำแหน่งกองหลังก็มีขึ้นมา นั่นก็คือ 

ริโอ เฟอร์ดินานด์ สุดยอดกองหลังระดับตำนานอีกหนึ่งคนของสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ซึ่งใครจะเชื่อว่าก่อนที่เค้าจะมาเป็นนักเตะระดับนี้ ตัวริโอ เองนั้น เคยรับค่าแรงต่ำสุดอยู่ที่ ยี่สิบเก้าปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ด้วยความสามารถของเค้า เค้าก็ผลักดันตัวเองให้ก้าวเข้ามาอยู่ในระดับแนวหน้าได้ ซึ่งกว่าที่เค้าจะมาถึงจุดนี้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ต้องเผชิญความยากลำบาก ด้วยต้นทุนชีวิต ที่ไม่มากนัก เพราะพื้นฐานครอบครัวของเค้าไม่ได้ร่ำรวย แต่ด้วยจุดนี้เอง ทำให้เค้ามีความพยายามและตั้งใจฝึกฝนตัวเองกับฟุตบอล

ด้วยความที่เป็นเยาวชนได้มีโอกาสเล่นที่เวสแฮมต์ จนได้ติดชุดเยาวชนทีมชาติอังกฤษ ซึ่งนั่นทำให้เค้ามีความหวังที่จะทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้น จนอายุสิบเจ็ดปี เค้าได้ลงสนามเป็นตัวจริงกับเวส แฮมต์ และเค้าได้พิสูจน์ตัวเอง จนอายุสิบเก้าปี เค้าติดทีมชาติอังกฤษ จนไปเข้าตาแมวมองของทีมลีดส์ และเริ่มสามารถชื่อตัวเองกับทีม ยุคเด็กนรก ของลีดส์ ในยุคนั้นได้ ด้วยความที่ลีดส์

ยุคนั้นภายใต้การคุมทีม ของเดวิด โอเลี่ยรี่ ได้รวมสุดยอดดาวรุ่งไว้มากมาย อย่าง แฮรี่ คีเวลล์ รอบบี้ คีน ลีโบว์เยอร์ มาร์ค วิดูก้า โจนาธาน วู้ดเกต รวมถึงตัวเค้า ริโอ เฟอร์ดินาน ทำให้ทีมลีดส์ยุคนั้น ถูกตั้งฉายา ว่าเป็นทีมเด็กนรก เพราะด้วยผลงานที่สุดยอดของลีดส์ยุคนั้น ที่สามารถต่อกรกับทีมระดับหัวแถว อย่างแมนยู อาร์เซนอล หรือลิเวอร์พูลได้นั้น ทำให้ท่านเซอร์ อเล็กเฟอร์กูสัน ไม่รอช้า ดึงดาวรุ่งกองหลังคนนี้ เข้ามาสู่โรงละครแห่งความฝัน และที่นี่ คือที่ที่ ทำให้ ริโอ เฟอร์ดินาน เป็นสุดยอดกองหลังระดับตำนานของแมนยู

และทีมชาติอังกฤษอย่างแท้จริง เพราะเค้าสามารถพาทีมแมนยูเค้าแชมป์อย่างมากมาย โดยมีคู่หูระดับโลกที่เค้าร่วมเล่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น ยาป สตัม หรือเนมันย่า วิดิช ซึ่งทำให้เค้ายกระดับตัวเค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในทีมชาติอังกฤษ เค้ายังเป็นสุดยอดเซ็นเตอร์แบ๊ก ที่ยืนปักหลักคู่กับ จอหน์ เทอรี่ รับใช้ สิงโต คำรามอย่างยาวนานเกือบสิบปี ซึ่งจะหานักเตะกองหลังที่เก่งได้ยากในยุคนี้ คงไม่ได้หาง่ายๆ อีกแล้ว

Posted in นักเตะชื่อดัง