สำหรับปัญหาที่ได้เกิดขึ้นมาในคาบมหาสมุทรเกาหลีได้เป็นประเด็นที่เกิดข้อพิพาทระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ประเทศจีนนั้นเขาก็พยายามที่จะเข้าไปควบคุมสถานการณ์ที่ว่านี้พยายามที่จะหาทางให้ทั้งสองฝ่ายนั้นได้้คุยกันแบบสันติวิธีแต่ดูเหมือนว่าภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ยังไม่ดีขึ้น

นอกจากนั้นแล้วประเทศจีนเองก็ยังได้ปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐในการแก้ปัญหาที่ได้เกิดขึ้นมาบนคาบสมุทรเกาหลีอีกด้วย

นอกจากนี้ในประเด็นต่อมาซึ่งข้อนี้จะมีความเกี่ยวข้องแล้วได้มีความเชื่อมโยงในอีกหลายประเทศนั่นก็คือในปัญหาของทะเลจีนใต้โดยทางประเทศจีนนั้นก็ได้มีการอ้างสิทธิเหนือน่านน้ำในพื้นที่แห่งนี้มากกว่าร้อยละ90ถามว่าทำไมล่ะมันก็จะเป็นเพราะว่าพื้นที่ทะเลจีนใต้ตรงนี้มันได้มีจำนวนทรัพยากรที่ได้เป็นแหล่งของพลังงานที่มีความสำคัญที่อุดมอยู่เป็นจำนวนมาก

ดังนั้นประเทศจีนเองก็ได้มีการอ้างสิทธิในการครอบครองโดยอ้างว่าได้มีการยึดแนวเส้นปะจำนวน9เส้นที่ได้อยู่บนแผ่นที่ของประเทศจีนซึ่งประเทศจีนนั้นเขาได้มีการประกาศอ้างสิทธิตรงนี้อยู่แต่ปรากฏว่ามันได้เข้าไปครอบคุมถึง9ใน10ของพื้นที่ตรงจุดนี้ซึ่งได้มีพื้นที่อยู่ประมาณ3,500,000ตารางกิโลเมตรดังนั้นก็หมายความว่าพื้นที่ตรงส่วนนี้มันเป็นพื้นที่ทะเลในการแบ่งพื้นที่ตรงจุดนี้มันเป็นการแบ่งที่ค่อยข้างที่จะยากแต่ละฝ่ายก็ได้อ้างสิทธิของตัวเองประเทศจีนเองก็ได้มีการอ้างสิทธิไปแล้วประมาณ9ใน10แต่ประเทศบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ใต้หวัน และเวียดนาม ก็ได้มีการอ้างสิทธิประโยชน์จะพื้นที่ตรงนี้เหมือนกันมันก็เลยเกิดมาเป็นประเด็นที่ได้เป็นข้อพิพาทที่ยังแก้ไม่ตกสักที

นอกจากประเทศต่างๆทั้งบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ใต้หวัน และ เวียดนาม ที่เขาได้มีข้อขัดแย้งกับประเทศจีนอ้างสิทธิ์ในที่เดียวกันนี้มา และยังได้มีสหรัฐที่ได้เป็นผู้ที่ได้อยู่เบี้องหลังคัดค้าน การอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ของประเทศจีนมาตลอดเหมือนกันและที่สำคัญไปกว่านี้ทางสหรัฐได้มีการส่งเรือรบแล่มผ่านน่าน้ำยุทธศาสตร์ที่ว่านี้เป็นประจำอีกด้วยเพราะว่าทางประเทศสหรัฐเองเขาต้องการที่จะแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นถึงเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำที่ว่านี้ในขณะที่สถานทูตจีนประจำสหรัฐเองก็ได้อออกมาแถลงการณ์ได้ระบบุเอาไว้ว่าในข้อกล่าวหาของสหรัฐที่ได้มีการคัดค้านในการอ้างสิทธิ์ของจีนเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีความชอบธรรมเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ได้มีรายงานบอกว่าก็ยังได้มีความพยายามได้เกิดขึ้นมาอยู่เหมือนกันในการที่จะเจรจาแก้ปัญหาในระหว่างสองประเทศมหาอำนาจก่อนที่มันจะลุกเกินไปมากกว่านี้เพราะดูเหมือนว่าปัญหาได้สะสมอยู่หลายปัญหาเหลือเกิน

 

สนับสนุนโดย  next88 thailand

Posted in ข่าวสังคมทั่วไป

    ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ถ้าหากพวกเราไม่อยากให้รัฐบาลออกมาประกาศกักขังไว้อยู่แต่ในบ้านไม่ให้ออกไปไหนเราก็ควรจะต้องมีการดูแลตัวเอง แล้วควรอยู่กับบ้านไม่ออกไปไหนเพราะตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน  และ มหาวิทยาลัยรวมถึงสถานบันเทิงก็ปิดไปและหาใครเป็นวันหยุดไม่ได้ไปทำงานก็ไม่ควรจะเดินทางออกไปไหน 

    มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนรถ บขส. ซึ่งมีหญิงชาวจีนคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถ บขส. เพื่อเดินทางจาก จังหวัดสระบุรีเพื่อเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพฯแต่ระหว่างที่รอรถออกจากท่ารถ บขส. นั้น ปรากฎหว่า มีคนเห็นหญิงชาวจีนคนดังกล่าวพยายามที่จะถุยน้ำลายและป้ายน้ำลายไปตามเบาะต่างๆ 

ซึ่งหลังจากที่มีคนมาแปลความหมายที่ชาวจีนพูดจึงได้ทราบว่าก่อนเหตุการณ์ที่หญิงชาวจีนคนดังกล่าวจะมีการถมน้ำลายนั้นพนักงานหญิงบนรถบขสได้มีการนำสเปรย์มาฉีดซึ่ง spray ดังกล่าวเป็นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคแต่ด้วยการฉีดสเปรย์ละอองของสเปรย์มาโดนหญิงชาวจีนซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวสเปรย์ที่ฉีดออกมานั้นเป็นสเปรย์เกี่ยวกับอะไรเรื่องจากหญิงจีนเอง

ก็ไม่ทราบภาษาไทยและพนักงานบนรถบขสเองก็ไม่สามารถพูดภาษาจีนได้จึงทำให้การสื่อสารไม่รู้เรื่องเกิดเป็นว่าหญิงชาวจีนเองก็เกรงว่าจะมีการนำสเปรย์ที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่ามาฉีดให้กับตนเองก็เลยพยายามถมน้ำลายและก็เช็ดออกเพราะเกรงว่าจะติดโลกในขณะที่ตัวพนักงานเองและผู้โดยสารบนรถเมล์ก็ต่างก็กลัวว่าหญิงคนดังกล่าวจะมีเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วก็พยายามที่จะมาแพร่เชื้อโรค และเมื่อ เข้าใจกันดีแล้วหญิงชาวจีนคนดังกล่าวก็เลยลงจากรถแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการให้หญิงชาวจีน

คนดังกล่าวไปทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าหญิงชาวจีนคนดังกล่าวก็ปฏิเสธและพยายามเดินหนีโดยเธอเดินไปขึ้นรถไฟเพื่อมุ่งหน้าเข้ามาที่กรุงเทพฯเจอระหว่างทางเธอก็ตะโกนบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเธอต้องการที่จะกลับประเทศจีนอีกแค่ 2 วันเธอก็จะกลับประเทศจีนแล้วเธอไม่ยอมไปตรวจหลังจากนั้นเมื่อเธอขึ้นมาบนรถไฟเดินทางมาถึงหัวลำโพง

ก็มีเจ้าหน้าที่มารอรับเธออยู่แล้วซึ่งเธอก็ไม่ยินยอมโดยเธอพยายามถมน้ำลายใส่ทางเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ต้องมีการล็อกตัวเธอแล้วนำตัวเธอไปส่งที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ได้ออกมาแจ้งข่าวให้ทราบแล้วว่าหญิงชาวจีนคนดังกล่าวปลอดเชื้อไวรัสโคโรน่า 

 

สนับสนุนโดย  rb88 ดีไหม

Posted in ข่าวสังคมทั่วไป

พิษเศรษฐกิจทำคนตกงาน คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตัดสินใจประกาศยกลูกให้คนอื่นดูแล เพราะไม่มีเงิน

               เป็นเรื่องที่กำลังแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้เมื่อมีคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวท่านหนึ่งได้มีการออกมาประกาศยกลูกให้กับใครก็ตามที่อยากรับเด็กไปเลี้ยงโดยเธอมีเงื่อนไขเพียงแค่อยากได้คนที่มีจิตใจดีและรักเด็กอย่างแท้จริง โดยเธอระบุเหตุผลของความจำเป็นในการยกลูกให้คนอื่นเลี้ยงดูแทน

ซึ่งเธอบอกว่าเธอนั้นได้เลิกรากับสามีไปแล้วและตอนนี้เลี้ยงดูลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยเธอมีลูกสาวคนโตอายุวัย ห้าปี และยังมีลูกชายคนเด็กที่อายุ ห้าเดือน ซึ่งเหตุผลที่เธอจำเป็นต้องยกลูกให้กับคนอื่นเลี้ยงนั้นก็เพราะว่าเธอมีความจำเป็นจริงจริง เนื่องจากตอนนี้เธอนั้นถูกเลิกจ้างงาน เธอไม่มีเงินที่จะซื้ออาหารหรือว่านมให้กับลูกของเธอแล้ว

ซึ่งลูกสาวคนโตของเธอก็ถึงวัยที่จะต้องเข้าเรียนชั้นระดับอนุบาลแล้วแต่เธอยังไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเทอมให้กับลูกของเธอได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นอื่นเลย อย่าพูดถึงเรื่องของค่าเทอมเลยเพราะตอนนี้แม้แต่ค่านมลูกชายคนเล็กของเธอ เธอก็ไม่มีเงินที่จะซื้อ โดยเธอยังบอกอีกด้วยว่าตอนนี้ทั้งตัวของเธอนั้นมีเงินเหลือเพียงแค่ หกสิบบาทเท่านั้น

หากเธอไม่ยกลูกให้กับคนอื่นเลี้ยงแทน ลูกน้อยทั้งสองคนของเธอจะต้องอดตายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเมื่อเธอโพสต์ข้อความยกลูกออกไป มีหลายคนที่เข้ามาให้กำลังใจหญิงสาวกันมากมาย และบางคนก็ให้เธออดทนและอยากจะให้เธอยังเก็บลูกเอาไว้กับตัวเอง ไม่อยากให้ยกเด็กให้ไปอยู่กับคนอื่น เพราะหลายคนสงสารเด็กมากที่ต้องจากแม่ อย่างไรก็ตาม หญิงสาวได้มีการโพสต์ขอ้ความออกมาอีกครั้ง

ว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้ว เธอจะขอเลี้ยงดูลูกทั้งสองของเธอเอง เพราะตอนนี้มีหน่ายงานหลายหน่วยงานให้ความช่วยเหลือกับเธอ และยังมีคนบริจาคเงินให้กับเธอ ทำให้เธอนั้นมีเงินที่จะสามารถดูแลลูกของตัวเองได้แล้ว และที่สำคัญเธอตัดใจยกลูกของตัวเองให้กับคนอื่นไม่ลง เพราะลูกของเธอนั้นคือดวงใจของเธอ

            สำหรับเรื่องราวที่กำลังพูดถึงกันอยู่นี้ เกิดเพราะพิษปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งคงจะไม่ได้มีปัญหาเพียงแค่ครอบครัวนี้ ครอบครัวเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายครอบครัวที่กำลัง ประสบกับปัญหาเกี่ยวกับการเงิน จนบางครั้งก็ตัดสินใจไปในทางที่ผิด หลายคนเลือกที่จะจบชีวิตของตัวเองและคนในครอบครัวเพื่อหนีปัญหานั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 thailand

Posted in ข่าวสังคมทั่วไป

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งซึ่งเขามีลูก 3 คนพวกเขาขับรถมาด้วยกันจากบ้านโดยทำการและที่ห้างแห่งหนึ่ง และเขานั้นคิดว่าเขาจะไปซื้อของไม่นานจึงไม่ได้บอกให้ลูกๆล็อครถไว้แต่จะให้ลูกๆไม่ออกไปจากรถไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ซึ่งหลังจากนั้นเมื่อเขาเดินออกไปหลังจากกลับมาอีกครั้งก็พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มเธอกำลังอยู่ในรถพร้อมกับหยิบขนมจากรถที่เขาซื้อตุนไว้ให้ลูกก่อนแล้วมากินขนมจนหมดถุงเลยหลายถุงมากนอกจากนั้นเมื่อเขาเปิดประตูรถเสร็จเขาก็ตวาดใส่เธอว่านี่คือรถของเขาซึ่งเธอทำท่าเหมือนเฉยเหมือนกับมองไม่เห็นเขาพร้อมกับหอบขนมในของเขาออกมาและหลังจากนั้นก็เดินผ่านไปพร้อมกับยืนดูรอบรถอีกสักครั้งหลังจากนั้น

ก็เดินหนีไปซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการทดสอบของตัวเองเพราะโมโหหญิงสาวคนนี้เป็นอย่างมากได้มีหลายคนมาคอมเม้นว่าผู้หญิงคนนี้น่าเกลียดมากๆและอันตรายมากๆเพราะอาจจะขโมยเด็กซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเช้าวันต่อมาเขาก็เลยทำการขับรถไปที่สถานีตำรวจกับทุกๆ 3 คนเพื่อแจ้งความกับหญิงสาวที่เขาเจอในรถซึ่งหลังจากนั้นทางตำรวจก็ได้ทราบเรื่องมาว่ามีคนเคยเห็นหญิงสาว คนนี้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นตำรวจเป็นแฟนให้เขามาคุยกับพ่อของลูกสาวทั้ง 3 ทั้งสองก็คุยกันเรื่องผู้หญิงคนนั้นที่อธิบายกับตำรวจว่าเธอเห็นผู้หญิงคนเดียวกันและใส่ชุดแบบเดียวกันเดินอยู่ที่หน้าโรงเรียนบ่อยมากซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีข่าวมาว่าลูกสาว ของคนในโรงเรียนคนหนึ่งหายตัวไปหาหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้บอกว่าได้มีผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดสีฟ้าเข้มเดินเข้ามาที่ห้องของเด็กคนนั้น

และบอกว่าเขาเป็นพี่เลี้ยงของเด็กคนนั้นและถูกสั่งจากคุณแม่ของเด็กคนนี้ให้มารับเธอกลับไปเพราะคุณแม่กำลังติดธุระอยู่ซึ่งคุณครูก็เชื่อ และให้เด็กไปกับ พี่เลี้ยงคนนั้นหลังจากนั้นแม่คุณแม่ของเด็กมาถึงเธอคืองงมากเนื่องจากมีพี่เลี้ยงมารับเด็กไปแล้วและเธอก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคุณแม่ก็ได้แจ้งตำรวจและสุดท้ายก็คบกับคนนั้นด้วยขโมยบุตรสาวไป

จากนั้นเธอก็ถูกจำคุกประมาณ 1 ปีและตอนนี้ก็ได้ออกมาจากคุกแล้วซึ่งตอนนี้เธอก็ได้ทำการขโมยของกินในรถของเจ้าของรถอีกซึ่งถือว่านิสัยไม่ดีเป็นอย่างมากดังนั้นจึงขอเป็นอุทาหรณ์ว่าหากเขามาช้าไปกว่านี้ก็คงจะถูกผู้หญิงคนนั้นขโมยลูกไปแล้วดังนั้นจึงขอเตือนไว้ว่ามีคนที่จะปล่อยลูกๆให้อยู่ในรถคนเดียวแต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆก็ควรที่จะสอนลูกๆให้ขับรถเอาไว้และไม่ให้ของใครรวมถึงไม่เปิดกระจกหรือคุยกับใครที่เป็นคนแปลกหน้า

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 mobile

Posted in ข่าวสังคมทั่วไป