เรียกได้ว่าช๊อปแหลก เหมือนอัดอั้นในการใช้เงินกับการซื้อตัวนักเตะ หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วโดนโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะเป็นระยะเวลาหนึ่งปี พอมาปีนี้สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอนกว้านซื้อนักเตะเสริมทัพเป็นว่าเล่นและใช้เงินของเสี่ยหมี เจ้าของสโมสรไปแล้วกว่าสองร้อยล้านปอนด์ ไล่มาตั้งแต่ ฮาคิม ซิเย็ก ปีกจากสโมสรอาแจ๊กซ์ , ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าจากไลป์ซิก, เบน ชิลเวลล์ แบ๊กซ้าย จากเลสเตอร์ และคนล่าสุด ฮาแวร์ตช์ จากสโมสรเลเวอร์คูเซ่น

และทุบสถิติของสโมสรด้วยการซื้อนักเตะที่แพงที่สุดด้วยจำนวนเงินถึงเจ็ดสิบเอ็ดล้านปอนด์ ซึ่งว่ากันว่าตอนนี้สโมสรแห่งนี้กำลังบ้าคลั่งเป็นอย่างมาก โดยการกระทำเช่นนี้เชื่อว่าคงจะถูกใจแฟนบอลที่รักสโมสรเชลซีอย่างมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวหลายสำนักของอังกฤษต่างเริ่มมีความเป็นกังวลว่า แลมพาร์ด กุนซือหนุ่มไฟแรง

กำลังจะขุดหลุมให้ตัวเอง จริงอยู่ว่าฤดูกาลที่แล้ว ผู้จัดการทีมคนนี้พาทีมโชว์ฟอร์มสุดยอดและจบด้วยอันดับสี่สามารถไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีกได้ อีกทั้งยังได้รองแชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งถือว่ากับประสบการณ์ในการคุมทีมเพียงแค่หนึ่งปี และไม่ได้ซื้อนักเตะใดๆเลย โดยใช้แต่นักเตะที่มีอยู่เดิมนั้น จุดนี้ต้องยอมรับในฝีมือของผู้จัดการทีมคนนี้ แต่ในเวลานี้ สิ่งที่ แลมพาร์ด กำลังทำอยู่

มันกำลังเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับตัวเอง เพราะคงไม่มีเจ้าของสโมสรคนใดหรอกที่ยอมทุ่มเงินให้ซื้อนักเตะมากกว่าสองร้อยล้านปอนด์แล้วไม่หวังความสำเร็จกลับมาให้กับสโมสร ดังนั้นมันเปรียบเสมือนว่า ฤดูกาลนี้อาจจะเป็นการตัดสินอนาคตของแลมพารด์เลยก็ว่าได้ เพราะหากเค้าไม่สามารถคว้าแชมป์ได้นั่นเรียกว่าเค้าสอบตกในการคุมทีมเชลซี

หรือแม้แต่อย่าว่าแต่การคว้าแชมป์เลย ยิ่งถ้าเค้าพาทีมไปแชมป์เปี้ยนลีกไม่ได้เหมือนเดิมนั้น นั่นคือเราอาจจะต้องเห็นแลมพาร์ด หางานใหม่อย่างแน่นอนทั้งๆที่คุมทีมเพียงได้แค่สองฤดูกาล อันที่จริงแล้วนั้นก็น่าแปลกที่ทาง แลมพาร์ด โหมกระหน่ำซื้อนักเตะอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ เพราะหากจะว่าไปแล้วขุมกำลังที่มีอยู่ก็ถือว่าไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อยเพื่อความสมดุลของทีม แต่นี่กลับเล่นซื้อแบบว่าชอบใครไม่สนใจว่าจะแพงหรือว่าเหมาะกับทีมใหม่ แต่เอาเป็นว่าซื้อหมด ดังนั้นสิ่งที่เค้าเลือกที่จะทำแบบนี้เพื่อวัดใจกับเสี่ยหมี คงต้องมาดูแล้วว่า แลมพาร์ด คิดถูกหรือคิด

Posted in ข่าวกีฬา

          หากพูดถึงอดีตผู้เล่นของทีมลิเวอร์พูลซึ่งเคยเป็นตำนานกองกลางผู้เล่นที่ดีที่สุดคนหนึ่งของทีมลิเวอร์พูลคงหนีไม่พ้น แกรม  ซูเนสส์ อย่างไรก็ตามที่เราเริ่มจะพูดถึงเขาในวันนี้นั่นก็เพราะว่าเขาได้ออกรายการสัมภาษณ์สื่อรายการหนึ่งของประเทศอังกฤษโดยพูดถึงการเล่นฟุตบอลของทางทีมลิเวอร์พูลซึ่งเป็นการเล่นระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับทีมไบรท์ตัน

ซึ่งในการแข่งขันในครั้งนั้นทีมลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะทีมไบตันได้ถึง 3 ประตูต่อ 1 ก็จริงแต่เขามองว่ามีผู้เล่นบางคนในทีมลิเวอร์พูลนั้นมีการเล่นแบบเห็นแก่ตัวมากจนเกินไปโดยผู้เล่นคนดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการเล่นแบบเป็นทีมหรือส่งลูกบอลให้กับคนอื่นเลยโดยเน้นที่จะเลือกโชว์ความการเล่นของตนเองให้เป็นที่โดดเด่นอยู่คนเดียวซึ่งทางด้าน แกรม  ซูเนสส์ ยังได้เอ่ยชื่อเล่นคนดังกล่าวอีกด้วยว่าคือ ดาวยิงประจำทีมของทางทีมลิเวอร์พูลที่ชื่อว่าโมฮาเหม็ด ซาล่าห์  นั่นเอง 

        สำหรับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ นักเตะที่มีฟอร์มการเล่นที่มีความเก่งกาจสามารถโดยช่วงที่เขาบุกไปเอาชัยชนะถึงถิ่นไบตันนั้นเขาสามารถเตะเข้าประตูคนเดียวได้ถึง 2 ประตูด้วยกันซึ่งในครั้งนั้นทางสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นสามารถยิงลูกฟุตบอลได้เข้าประตูทั้งเส้น 3 รูปซึ่งปัจจุบันนี้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์  เขากลายมาเป็นผู้เล่นที่โด่งดังอย่างมากของสโมสรแมนเชสเตอร์ United เนื่องจากว่าเขาสามารถทำประตูให้กับทีมได้ถึง 100 ลูกแล้ว

ซึ่งถือว่าโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ทำสถิติการยิงประตูได้เร็วที่สุดในประวัติสาดของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเลยก็ว่าได้เพราะไม่มีใครที่จะสามารถทำประตูได้เร็วสำหรับเท่าโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ มาก่อนเลยซึ่งเขาเพิ่งลงแข่งขันฟุตบอลเพียงแค่ 104 บาทเท่านั้นแต่กลับยิงประตูได้ถึง 100 ลูกเข้าไปแล้วอย่างไรก็ตามการที่โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เล่นฟุตบอลด้วยการเน้นให้ตนเอง

เป็นผู้ที่ยิงบอลเข้าประตูคนเดียวนั้นทำให้หลายคนในทีมของเขาเกิดความรู้สึกไม่พอใจและคนภายนอกก็สามารถมองออกได้ว่าเขานั้นต้องการที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองซึ่งเพื่อนในทีมหลายๆคนของเขานั้นเริ่มรู้สึกไม่สนุกกับการเล่นฟุตบอลโดยมีเข้าร่วมทีมด้วยแล้วซึ่งทางด้าน  แกรม  ซูเนสส์  ถึงกับต้องออกมาพูดถึง โม ซาลาห์ ออกกำลังเล่นแบบเห็นแก่ตัว

เพราะไม่ยอมส่งรูปให้คนอื่นได้ยินบ้างเลยถึงแม้ว่าจะมีโอกาสส่งรูปให้คนอื่นยิงก็ตามซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นเขาคงต้องการได้รับรางวัลรองเท้าทองคำนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

Posted in ข่าวกีฬา

แมนซิตี้ พร้อมทุ่มซื้อ เมสซี่พร้อมกับแถม 2 แท่งให้กับบาร์เซโลน่า

เรื่องใหญ่เรื่องดังในขณะนี้เกี่ยวกับเมสซี่ในการซื้อตัวของแต่ละค่ายที่ค่อนข้างจะดุเดือด อันที่จริงแล้วก็มีความเคลื่อนไหวของถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ล่าสุดเกี่ยวกับเรือใบสีฟ้าหรือ Manchester Cityที่พวกเขานั้นได้เป็นทีมรองแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในช่วงฤดูกาล 2019-2020 ที่ผ่านมานี่เองซึ่งขณะนี้พวกเขาก็ได้ตกเป็นข่าวว่าถ้าหากสุดท้ายแล้วพวกเขานั้นไม่สามารถที่จะทำการเซ็นสัญญากลับ ลิโอเนล เมสซีในลักษณะที่แบบไร้ค่าตัวได้ พวกเขาก็พร้อมที่จะ ขอยื่นข้อเสนอต่างๆ โดยมีการตั้งเป้าไว้ที่ 100-150 ล้านยูโรด้วยกัน ถ้าหากแปลเป็นเงินไทยแล้วก็น่าจะอยู่ประมาณที่ 3,700-5,550 ล้านบาทนั่นเอง

มีการกล่าวอ้างขึ้นมาว่า ทางทีมของเรือใบสีฟ้าหรือแมนเชสเตอร์ซิตี้นั้น ได้พร้อมแนบเอริคการ์เซีย ที่เป็นกองหลังแล้วยังเป็นดาวรุ่งฟอร์มค่อนข้างที่จะแรงมากเอาการ และนอกจากนั้นยังมีอังเคลินโญ่ ที่เป็นแบ็คซ้ายและยังบุกค่อนข้างที่จะเก่งด้วยนะ โดยทั้งสองคนนี้เป็น 2 แท่งที่มีอนาคตค่อนข้างไกล ของทีมชาวสเปน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการซื้อตัว คนดัง เรียกได้ว่าเป็นเบอร์ 1 ที่เป็นของเจ้าบุญทุ่มของทีมบาร์เซโลน่า ในช่วงวัย 33 ปีของเขา เพื่อทำให้เขานั้นได้เข้ามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้นั่นเอง แล้วยังมีเรื่องที่ทางบ่อน ที่ได้รับการแทงพนันของประเทศอังกฤษ อย่างถูกกฎหมายนั้น ก็ได้ทำการยกให้แมนเชสเตอร์ซิตี้ ได้ขึ้นมาเป็นทีมเต็งของอันดับ 1 โดยมองว่าพวกเขาจะได้ตัวของเมสซี่ตามมาด้วย เอเซ่และปารีสเชฟแมน หรือมาหลายยูเวนตุส ที่เป็นลำดับ 2 และเป็นลำดับ 3 ตามลำดับ ส่วนเป็น 4 ที่เราเห็นนั้นก็มีสองทีมร่วมกันนั่นก็คือ ทีมผีแดงแมนยู และทีมงูใหญ่อินเตอร์มิลานนั่นเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเห็นได้ว่า ได้มีการรายงานข่าวต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านี้ และยังมีการพูดอีกว่าแมสซี่นั้นก็ได้มีการพูดกับนายเก่าของตัวเอง อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่เขาเป็นกุนซือในทีมปัจจุบันของแมนเชสเตอร์ซิตี้นั่นเอง โดยเขาได้พูดคุยกันมาอยู่ตลอด รวมไปถึงการมองเห็นสภาพการเงินของทางทีม ที่ค่อนข้างจะมีศักยภาพการเงินค่อนข้างพร้อมที่สุด โดยมองว่าเขาน่าจะมีการจ่ายค่าเน็ตเหนื่อย ที่เป็นก้อนโตให้สำหรับนักเตะเหล่านี้โดยแบบไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น

แล้วองค์ไหนก็ยังพูดกันด้วยอีกว่าสำหรับนาทีนี้แล้วแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็น่าจะมาเป็นอันดับหนึ่งที่จะหน้าได้ตัวแมนซิตี้อย่างแน่นอนอันที่จริงแล้วก็มีหลายสถานที่ที่มีการพูดถึงเรื่องนี้มากมายนะคะแต่ก็ต้องรอดูต่อไปว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไงซึ่งความคืบหน้าก็มีประมาณนี้แหละถ้ามีอะไรเพิ่มเติมเดี๋ยวจะมาอัพเดทอีกรอบ

 

สนับสนุนโดย  ทาง เข้า dewabet

Posted in ข่าวกีฬา

การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 ในปี 1938 นั้นก็ถือว่าเป็นปีที่มีความดุเดือดมีความสนุกในการแข่งขันอย่างมาก เพราะทีมชาติแชมป์เก่าอย่างอิตาลีนั้นสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้นั่นเอง โดยในปีนั้นมีการจัดการแข่งขันในประเทศที่ผรั่งเศส และถึงแม้ผรั่งเศสจะมีความพร้อมการแข่งขันมากเพียงใด ก็ไม่อาจจะสามารถต้านความแข็งแกร่งของแชมป์เก่าอย่างืตาลีได้นั่นเอง

ทำให้ฝรั่งเศสชวดแชมป์ในปีนั้นไปอย่างน่าเสียดาย และก็ต้องนับถืออิตาลีเลยทีเดียวที่มีความสมัครสมานสมัคคีและสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ด้วย

และหลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 ที่มีการจัดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสนั้นได้จบลงไป ก็ทำให้การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งถัดมาจำต้องหยุดชะงักการแข่งขันไปชั่วคราว และมีการหยุดพักเป็นเวลาที่ยาวนานไปถึง12ปีเลยทีเดียว สาเหตุของการหยุดชะงักนั้นก็คือ การเกิดสงครามโลกครั้งที่2ขึ้นนั่นเอง

ก็ถือว่าก่อนหน้านี้นั้นจุดเริ่มต้นในกรแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของโลกมากเลยทีเดียว เป็นสิ่งที่ทำให้นักฟุตบอลนั้นสามารถที่จะโชว์ทักษะความสามารถทางด้านฟุตบอลออกมาได้อย่างชัดเจนและการแข่งขันฟุตบอลนั้นไม่เพียงเป็นการส่งเสริมทางด้านกีฬาฟุตบอลเท่นั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมในตัวนักกีฬาฟุตบอลอีกด้วย

เพราะจากการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกนั้น ก็จะทำให้นักฟุตบอลนั้นมีชื่อเสียงมากขึ้นและเป็นที่รู้จักยอมรับในแวดวงและสังคมมากขึ้น ทำให้นักฟุตบอลสามารถที่จะพัฒนาฝีเท้าจากการแข่งขันฟุตบอลโลกได้อีกด้วย โดยการจัดการแข่งขันนั้นจะเป็นการจัดที่มีระยะเวลาที่ค่อนข้างจะห่างกันเนื่องจากการที่นักฟุตบอลแต่ละคนที่ได้รับการคัดเลือกในการเข้าแข่งขันร่วมทีมกับทีมชาตอนั้น

จะมาจากควาเป็นนักฟุตบอลที่มีผลงานและเป็นดาวเด่นของทีมในการแข่งขันฟุตบอลต่างๆ เช่นการแข่งขันฟุตบอลในลักต่างๆเป็นต้น ก็จะทำให้ต้องมีระยะเวลาในการคัดเลือกตัวนักเตะ รรวมถึงการออกกำลังกายการฝึกซ้อมเพื่อให้สามารถที่จะเล่นฟุตบอลได้อย่างเขาขากับเพื่อนๆในทีมฟุตบอลด้วย และทำให้นักเตะได้มีช่วงเว้นระยะจากการเตะนั่นเอง

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการหยุดพักการแข่งขันฟุตบอลโลกถึง 12ปีก็ตาม แต่การแข่งขันในช่วงแรกนั้น ถือว่าเป็นการแข่งขันที่มีความสนุกสนานอย่างมาก ทำให้ได้รับความนิยมอย่างหลนหลามเลยทีเดียว และใอสงครามโลกนั้นสงบลงแล้วก็มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งที่4นั่นเอง ก็ต้องบอกเลยว่าถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลกจะหลายไปนาน12ปี

ก็ตามแต่ด้วยความชื่นชอบในวงการกีฬานั้นก็ทำให้ถึงแม้เวลาจะผ่านไป12ปี ทุกคนบนโลกก็ยังคงเฝ้ารอการแข่งขันอย่างตั้งใจปละตื่นเต้นเม่อทราบว่าจะมีการจัดฟุตบอลโลกต่อๆไปในอนาคต

 

สนับสนุนโดย  โปรโมชั่น alpha88

Posted in ข่าวกีฬา

มลฤดี  หรือว่ากอล์ฟนั้นได้บอกเกี่ยวกับแนวทางในการที่ได้มาปั่นจักรยานเพราะว่าการที่เราปั่นจักรยานเป็นการที่ทำให้ชีวิตของเรานั้นเปลี่ยนไปนั่นเองเพราะว่าเกิดจากคำชักชวนของอ.เสน่ห์ นั่นเองเพราะว่าเขานั้นได้มาที่โรงเรียนสกลนครพัฒนา  และก็มีการพูดคุยกันว่าจะชวนมาเล่นกีฬาเป็นกีฬาการปั่นจักรยาน ซึ่งส่วนตัวนั้นเป็นนักกีฬาที่เกี่ยวกับการแข่งวิ่งนั่นเอง

  เลยก็ไม่เคยได้ยินชื่นแบบนี้มาก่อนมามีด้วยหรอ  จากนั้นเป็นการที่เราได้รู้จักกับอาจารย์ปู่นั้นด้วย  เพราะว่าอาจารย์ปู่นั้นเป็นคนที่บอกว่าอยากจะปั้นเรานั่นเองให้เป็นนักกีฬาที่ดีมีระเบียบวินัยในการเล่นกีฬา  และด้วยว่าที่บ้านของเรานั้นเป็นคนที่บ้านยากจน ต้องอดมื้อกินมื้อนั่นเอง  การที่เราได้มาปั่นจักรยานนั้นเป็นการที่เราได้เปลี่ยนชีวิตได้อยากมากที่ไม่ต้องทำให้ที่บ้านของเราเป็นที่ต้องอดมื้อกินมื้อ 

แถมยังทำให้เราได้เรียนหนังสือโดยที่เราไม่ต้องไปของเงินพ่อแม่ แถมยังมีเงินส่งให้ที่บ้านอีก  ถึงแม้ว่าในตอนนี้เรานั้นจะมีทุกอย่างแล้วถึงแม้ว่าจะไม่ได้รวยอะไรมากมายแต่ว่าเรานั้นก็มีอยู่อย่างพอเพียงและเป็นการที่เราทำให้เราไม่ต้องอดอีก  การที่เราได้มาปั่นจักรยานถือว่าเป็นการที่เรานั้นได้ชีวิตใหม่เลยก็ได้ว่าได้ 

  เพราะว่ามีอาจารย์ปู่และก้อ.เสน่ห์นั้นที่เป็นคอยสอนเรา ตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะว่าการที่เราฝึกนั้นเป็นคนที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้ก็มาฝึกฝนเอาเองไม่ว่าจะเป็นการปั่นการที่เราต้องโยกตัว  หรือว่าอะไรนั้นเราใหม่หมด  จากการที่เราฝึกได้มาสักพักก็เริ่มที่จะเข้าทำการแข่งขัน  เริ่มจากที่เราแข่งสนามแรกนั้นก็เป็นสนามที่เริ่มต้นเพราะว่าเราเห็นคนเยอะมาก

  และอีกอย่างเราปั่นไปก็ล้ม  ร้องไห้  อาจารย์นั้นก็มาปลอบใจเราตลอด  เอาเป็นว่าในช่วงนั้นไม่ว่า มลฤดีไปแข่งสนามไหนนั้นเป็นต้องล้มทุกสนามและร้องไห้ตลอด  จนได้ฉายาว่านักปั่นเจ้าน้ำตานั่นเอง  จากการที่เรานั้นล้มบ่อยๆจนเราเริ่มที่จะชิน จากนั้นก็เริ่มที่จะไม่ล้ม  เริ่มที่จะดีขึ้นเริ่มที่จะมีคนรู้จักเรามากขึ้นนั่นเอง

  จากนั้นเราก็ได้ประสบความสำเร็จจากการที่เราได้ปั่นจักรยาน  และเป็นเหรียญที่เรานั้นดีใจอย่างมากที่เราปั่นจักรยานได้เหรียญทองซีเกมนั่นเองเป็นเหรียญที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรานั้นทำได้ฝ่าฟันอุปสรรค์ที่มากมายไม่ว่าจะเป็นการล้มลุกคุกคาน  หรือว่าจะเป็นคำดูถูกจากปากคนทั้งหลายนั่นเอง ก็ทำให้เห็นว่าเรานั้นทำได้นั่นเอง  

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

Posted in ข่าวกีฬา

ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากเมสซี่เจนักฟุตฟุตบอลที่มีชื่อเสียงและเป็นนักบอลยอดเยี่ยมของไทยลีก เส้นทางสู่เจลีกหรือลีกฟุตบอลชื่อดังของญี่ปุ่น โดยเจ ชนาธิปนั้นเคยกล่าวประโยคหนึ่งที่ถือว่าเป็นประโยคที่ให้ข้คิดกับเด็กไทยที่อยากเป็นนักฟุตบอลว่า ถ้าหากน้องนั้นอยากเป็นนักฟุตบอลและเก่งได้นั้น พี่อยากให้น้องนั้นหมั่นซ้อมให้หนักและให้เก่งกว่าพี่เพราะถ้าเก่งเท่าพี่ทีมชาติของเราก็จะไม่พัฒนา

โดยประโยคนี้ถือว่าเป็นประโยคที่เชื่อว่านักฟุบอลเยาวชนไทยนั้นที่ได้ฟังจะจำได้ขึ้นใจอย่างแน่นอน เพราะเขานั้นได้กล่าวประโยคนี้หลังจากที่ได้กลับมาในประเทศไทยหลังจากที่ได้ไปเฉิดฉายและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ฟุตบอลทีมชาติไทยหลังจากไปแสดงฝีเท้าของตนที่สโมสรคอนซาโดเลซัปโปโรของประเทศญี่ปุ่นและมีชื่อเสียงมากขึ้นและโด่งดังเป็นที่ยอมรับไปทั่วทั้งทวีปเอเชีย

ในวันที่เจ ชนาธิปนั้นสามารถที่จะก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดขออาชีพค้าแข้งอย่างฟุตบอลจนมีชื่อเสียงและแฟนคลับมากมายรวมถึงค่าตอบแทนจำนวนมากในการทำอาชีพนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่ได้มาอย่างง่ายด่าย ดดยเขานั้นกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เจ ชนาธิปนั้นจะต้องผ่านสิ่งต่างๆรวมถึงอุปสรรคมากมายในวงการกีฬาค้าแข้งด้วยและที่สำคัญความสำเร็จของเขานั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้าหากเขานั้นขาดความมีระเบียบและความมีวินัยในการฝึกซ้อมที่หนักและเข้มข้น

ย้อนกลับไปก่อนที่จะมีเจ ชนาธิป พ่อของเขานั้นชื่อนชอบในกีฬาลูกหนังเป็นอย่างมากและได้มีการบนบาลศาลกล่าวไว้ว่า ถ้าหากมีลูกขอให้เขานั้นได้ลูกชายที่เล่นฟุตบอลได้เก่งอย่างแดอลที่เขานั้นชื่นชอบนั่นก็คือ มาราดอนน่า และเจ ชนาธิปก็เกิดขึ้นและได้ตั้งใจเป็นดังสิ่งที่พ่อนั้นปรารถนาไว้ โดยเจ ชนาธิปนั้นได้ถูกปลูกฝังและสั่งสอนโดยการให้คุ้นชินกับวุตถุที่เป็นทรงกลมหรือวัตถุที่เหมือนกับลูกฟุตบอล เพื่อให้เกิดการซึมซับในการเล่นสิ่งที่เสมือนฟุตบอลนั่นเอง และพ่อของเจนั้นก็ได้บีงคับให้เจนั้นมีการฝึกซ้อมฟุตบอลในทุกวันหลังเลิกเรียนอย่างเข้มงวด และเกิดอาการงอแงบ้างในบางครั้ในช่วงที่ยังเด็กทำให้เจนั้นไม่เข้าพ่อว่าทำไมจะต้องฝึกซ้อมมากมายขนาดนี้แต่พ่อของเจนั้นก็ยืนหยัดที่จะให้เจนั้นฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างเข้มงวดต่อไป

เมื่อถึงเวลาที่เจนั้นสามารถที่จะออกไปแสดงความสามารถได้ พ่อของเจนั้นก้ได้พาเจออกไปแข่งขันฟุตบอลตั้งแต่ระดับโรงเรียนและด้เห็นถึงความสามารถในการเป็นนักเตะของเจอย่างเห็นได้ชัดและได้มีการไต่เต้าเพื่อไปแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น ถึงแม้เจจะมีความสามารถพื้นฐานมากมาย แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของเจนั่นก็คือรูปร่างที่เล็กเกินไปกว่าเพื่อนในรุ่นเดียวกัน และก็เริ่มได้รับคำวิจารณ์ในเรื่องขนาดตัวมากขึ้น ว่าม่สามารถที่จะเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่ดีได้ ทำให้คำพูดเหล่านี้นั้นเป็นแรงผลักดันจนทำให้เจนั้นสามารถก้าวได้มาถึงวันนี้ ทำให้เห็นได้ว่าการเล่นกีฬานั้นความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ขนาดของตัวเท่านั้นแต่อยู่ที่ขนาดของใจที่จะตั้งใจและฝึกซ้อมทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงมากกว่า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    next88

Posted in ข่าวกีฬา

ตำแหน่งกองหลังนั้นเป็นตำแหน่งที่ทุกทีมจะต้องมีนักเตะที่เก่งๆ คอยช่วยสกัดลูกฟุตบอลไม่ให้เข้ามาในแดนตัวเอง และต้องคอยเป็นปากเป็นเสียงแทนผู้รักษาประตูในการกุมหัวใจของเกมรับ ซึ่งในสมัยนี้นั้นต้องบอกเลยว่า นักเตะในตำแหน่งนี้ถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมากๆในเกมฟุตบอลสมัยใหม่ เพราะด้วยความแตกต่างของเกมฟุตบอลที่มันเปลี่ยนไป จังหวะเกมที่มีความรวดเร็วมากขึ้น ทำให้บุคคลที่จะเข้ามายืนในตำแหน่งนี้นั้นต้องเป็นนักเตะที่มีไหวพริบที่ดีไม่แพ้ตำแหน่งกองกลาง อีกทั้งหากจะให้ครบเครื่องด้วยการอ่านเกมที่แม่นยำและเปลี่ยนจากเกมรับมาเป็นเกมรุกด้วยการผ่านบอลจากแดนหลังไปแดนหน้า

ซึ่งหากทีมใดนั้นมีนักเตะแบบนี้อยู่ในทีม เรียกได้ว่าอุ่นใจได้เยอะเหลือเกิน ซึ่งหากจะควานหานักเตะที่มีลักษณะแบบนี้นั้นในโลกฟุตบอลปัจจุบัน ก็ต้องบอกว่ามีเยอะพอสมควรกับตำแหน่งกองหลังของยุคฟุตบอลสมัยใหม่ เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับนักเตะเหล่านี้นั้นมันต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านเวทีฟุตบอลมาในระดับหนึ่ง ซึ่งกว่าจะสั่งสมได้และมีคุณสมบัติครบถ้วนนั้น เชื่อว่าอย่างน้อยต้องมีอายุสักยี่สิบห้าปีขึ้นไป แต่ใครจะเชื่อว่าในโลกใบนี้จะมีนักเตะอยู่คนหนึ่งในตำแหน่งกองหลังที่เหมือนว่าจะมีคุณสมบัติครบถ้วนแบบนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยและขึ้นมาเล่นฟุตบอลระดับอาชีพชุดใหญ่ได้มานาน

มัสเทียส ไทลิก ซื่อนี้เชื่อเหลือเกินว่าจะกลายเป็นสุดยอดกองหลังระดับตำนานก้องโลกในอนาคต ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือบวกกับคุณสมบัติความเป็นผู้นำ ที่ทำให้เด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีนี้เป็นที่น่าจับตามองเหลือเกินในโลกฟุตบอล จากอะคาเดมี่ ของสโมสรที่เรียกได้ว่าสร้างดาวรุ่งให้กับวงการฟุตบอลอย่างมากมายกับทีมอาแจ๊กซ์ อัมเตอร์ดัม ยักษ์ใหญ่ของลีกประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมให้กับสโมสรแห่งนี้ด้วย

วัยในตอนนั้นเพียงแค่สิบเจ็ดปี และพาทีมคว้าแชมป์ลีกของประเทศถึงสามปีซ้อน รวมกับผลงานที่โลดแล่นและโดดเด่นพาทีมอาแจ๊กซ์เข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลรายการใหญ่อย่างฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปเป็นกองหลังตัวหลักทีมชาติเนเธอร์แลนด์ด้วยวัยเพียงสิบเก้าปี ก่อนที่เค้าจะตัดสินใจอำลาบ้านเกิดมาร่วมทีมกับยักษ์ใหญ่ม้าลายยูเวนตุส ในศึกกัลโช่ ซีเรียอา ของประเทศอิตาลี ทั้งๆที่จริงแล้วนั้นก่อนที่จะย้ายมาที่นี่ มียักษ์ใหญ่หลายสโมสรทั่วโลกต้องการเค้า แต่เค้าก็ตัดสินใจมาที่อิตาลี ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าตัวเค้าเองนั้นจะก้าวไปได้ไกลมากกว่านี้อีกแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย  dewabet

Posted in ข่าวกีฬา

หากจะพูดถึงฟุตบอลสมัยนี้กับเมื่อก่อนนั้น ต้องเรียกได้ว่าความแตกต่างนั้นค่อนข้างมีมากอยู่พอสมควร ยิ่งหากพูดถึงนักเตะในตำแหน่งแนวรับ ที่เรียกว่าตำแหน่งกองหลังนั้น ต้องบอกว่าผิดกันราวกับฟ้ากับดิน เนื่องจากนักเตะที่เล่นตำแหน่งกองหลังในยุคก่อน จะเป็นการเล่นแบบสไตล์ฟุตบอลที่ค่อนข้างจะทื่อๆ และตรงๆ อารมณ์เหมือนกับว่าฟุตบอลมาทางไหน

ข้าเตะกลับไปทางนั้น รู้แต่ว่ามีหน้าที่ไม่ให้นักเตะตำแหน่งกองหน้าของฝ่ายตรงข้ามนั้น พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษของทีมตัวเองได้ แต่กองหลังสมัยนี้นั้น ความมีชั้นเชิงและการอ่านเกมที่ทะลุปรุโปร่ง ได้เข้ามาแทนที่ในการเล่น เพราะสมัยนี้ตำแหน่งกองหลังไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่สกัดกั้นไม่ให้กองหน้าเข้ามาเล่นในกรอบเขตโทษของทีมตัวเองเท่านั้น

แต่สมัยนี้นักเตะกองหลังทุกคนต้องเล่นเกมบุกเป็น และต้องยิงประตูเป็น หรือมีการผ่านบอลขึ้นไปแดนหน้าให้กับทีมตัวเอง สามารถที่จะเล่นเกมบุกสวนกลับได้ทันที ในยามที่ทีมของตัวเองต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ อย่างยกตัวอย่างเช่น นักเตะกองหลังทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ชื่อว่า

ไอเมอริค ลาป๊อก นักเตะที่เรียกได้ว่าสามารถยกระดับตัวเองเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาส หลังจากย้ายมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้าได้ไม่ถึงปีจากการอำลาทีมไปของนักเตะกองหลังกัปตันทีมตัวเก่งอย่าง แวงซอง กอมปานี ทำให้สุดยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาดิโอล่า ต้องเร่งควานหานักเตะกองหลังที่จะนำมาทดแทนและอุดรอยรั่วจากการแขวนสตั๊ดของกอมปานี และตัวนักเตะคนนี้ก็ได้โชว์ฟอร์มเก่ง พาทีมเรือใบสีฟ้า กางเรือใบผงาดแล่นขึ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ทันที ซึ่งเป็นการการันตรีเครื่องพิสูจน์ว่า

ตัวเค้านั้นคือของจริง เพราะด้วยการเล่นอันชาญฉลาดไม่ว่าจะเป็นการเข้าสกัดกั้น และการเปลี่ยนรูปแบบเกมรับ สวนโต้กลับเป็นเกมบุกได้อย่างทันควัน รวมไปถึงการยิงประตูได้อีกด้วย ซึ่งทำให้เค้าเป็นนักเตะที่ถูกยกย่องในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างมาก และยิ่งตอกย้ำความเชื่อว่าเค้าเก่งจริงเข้าไปอีก จากฤดูกาลล่าสุดที่นักเตะกองหลังรายนี้ได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาวไปถึงสี่เดือน

ซึ่งในช่วงเวลานั้น ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกเจาะเกมรับเป็นว่าเล่นจนทำให้ถูกหงส์แดง ลิเวอร์พูล ฉีกแต้มในลีกหนีห่างจนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยแรกไปครอบครอง

 

สนับสนุนโดย  rb88 คาสิโน

Posted in ข่าวกีฬา

         ในขณะนี้นั้นเชื่อว่าหลายๆคนนั้นอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินกับกีฬาบาสเกตบอลกันสักเท่าไหร่เพราะว่าตอนนี้ที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังครึกโครมอยู่ในขณะนี้จะเป็นข่าวของกีฬาฟุตบอลสเปนส่วนใหญ่เพราะว่าช่วงนี้เป็นการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษซึ่งหลายคนกำลังเฝ้ารอดูว่าใครนั้นจะได้เป็นแชมป์และในที่สุดแชมป์ก็ปรากฏขึ้นมาสรุปว่าก็เป็นทางทีมสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการเฉลิมฉลองและที่อื่นๆก็กำลังเก็บแต้มกันอยู่แต่อย่างไรก็ตามกีฬานั้นไม่ได้มีเฉพาะแค่เพียงฟุตบอลเท่านั้นดังนั้นเราวันนี้เราจะมาพูดถึงกีฬาที่หลายคนในสมัยเรียนก็คงเคยชอบเล่นกีฬามีเช่นกันเล่นกีฬาบาสเกตบอลนั้นเองสำหรับกีฬาบาสเกตบอลนั้นการเล่นจะมีการแข่งขันในสนามที่อยู่ในร่ม

หรือบางทีก็อาจจะเล่นสนามกลางแจ้งก็ได้แต่ในสนามนั้นไม่ได้ใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลหรือว่าสนามในการเร่งนั้นอาจจะค่อนข้างเล็กถ้าหากเปรียบเทียบกับจำนวนผู้เล่นซึ่งผู้เล่นนั้นจะต้องมีทั้งหมด 10 คนด้วยกันโดย 10 คนนี้

จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีมซึ่งแต่ละทีมนั้นจะมีผู้เล่นทั้งหมด 5 คนและจะมีการแข่งขันในการแย่งลูกบาสเกตบอล 1 ลูกที่มีอยู่ในสนามโดยฝ่ายที่สามารถเอาชนะได้ก็จะต้องนำลูกบาสเกตบอลนั้นไปโยนที่ห่วงของฝ่ายตรงข้ามให้เข้าซึ่งจะมีการเก็บแต้มสะสมว่ามีคะแนนกันที่เท่าไหร่ฟังที่ได้คะแนนมากที่สุดก็จะเป็นฝ่ายชนะนั่นเองซึ่งภายใต้กติกาการเล่นบาสเกตบอลนั้นจะค่อนข้างแตกต่างจากกีฬาฟุตบอลเพราะบาสเกตบอลนั้นจะใช้มือในการเล่น

ซึ่งฟุตบอลนั้นจะใช้เท้าในการเล่นสำหรับกีฬาบาสเกตบอลนั้นก่อนหน้านี้เป็นที่นิยมเล่นเป็นอย่างมากและโด่งดังไปทั่วโลกเดียวซึ่งเราจะเห็นได้จากการที่เรามีนักบาสเกตบอลที่ดังระดับโลกอย่างไมเคิลจอร์แดนสำหรับในเรื่องของการเล่นการนับคะแนนของบาสเกตบอลนั้นจะดูจากระยะลูกของคนที่โยนลงห่วงว่าอยู่ในตำแหน่งไหน

ซึ่งแต่ละตำแหน่งนั้นก็จะมีคะแนนแตกต่างกันโดยคะแนนสูงสุดจะอยู่ที่ลูกละ 3 คะแนนนั่นเองสำหรับการเล่นบาสเกตบอลนั้นเราจะมีเทคนิคมากมายไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการส่งรูปรวมถึงวิธีการชู้ตลูกและยังมีเรื่องของการเลี้ยงลูกหลบเลี่ยงคู่ต่อสู้อย่างไรก็ตามกีฬาบาสเกตบอลนั้นได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับเด็กมัธยมศึกษาและเด็กในระดับชั้นมหาวิทยาลัยเป็นกีฬา

ที่มักจะมีสาวๆในโรงเรียนพากันมาดูเล่นเรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่สามารถที่จะทำให้หนุ่มๆในสนามกลายเป็นคนเท่ห์ได้เลยทีเดียวอย่างไรก็ตามในช่วงนี้กีฬาบาสเกตบอลนั้นค่อนข้างเงียบเนื่องจากว่าตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิช- ก็ยังไม่มีการเปิดการแข่งขันออกมา

 

สนับสนุนโดย  rb88

Posted in ข่าวกีฬา

              เมื่อคืนวันอาทิตย์  ซึ่งตรงกับวันที่ 21 เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมของหงส์แดง ลิเวอร์พูลกับทีมสโมรสร เอฟเวอร์ตัน  ซึ่งการแข่งขันในครั้งนั้น ผลการแข่งขันออกมาแล้วคือ เสมอกันที่ศูนย์ต่อศูนย์ แต่ที่สร้างความเกรียวกราวและสร้างรอยยิ้มให้กับคนดูฟุตบอลนั่นก็คือ ก่อนทีจะมีการเริ่มการแข่งขันฟุตบอลกันนั้น 

นักฟุตบอลทุกคนมีการนัดกันว่าจะมีการนั่งคุกเข่า กันสักครู่ก่อนการเปิดเกมเพื่อที่จะได้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ของ Black Live Matter ซึ่งการทำแบบนี้นั้นเป็นการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้กับคนผิวสี  และแน่นอนว่ามันคือการรณรงค์การต่อต้านไม่ให้มีเหตุการณ์เหยียดคนผิวสีนั่นเอง 

ซึ่งการจัดการแข่งขันฟุตบอลในครั้งนี้มีการจัดกันที่สนาม กูดิสัน พาร์ค  โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งในศึกฟุตบอลพลีเมียร์ลีกอังกฤษ อย่างไรก็ตามช่วงที่ทุกคนกำลังเตรียมคุกเข่าเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์กันนั้น กลับมีนักฟุตบอลผิวสีคนหนึ่งกำลังวิ่งออกตัวอย่างแรก หวังที่จะไปทำประตูกับฝ่ายตรงข้ามทันที ซึ่งในสนามนั้นมีเขาคนเดียวที่วิ่งในขณะที่คนอีก 21 คนนั้น

นั่งคุกเข่า โดยนักฟุตบอลคนดังกบ่าวก็คือ ซาดิโอ มาเน่   เขาคือนักฟุตบอลกองหน้าตัวฉกาจของทีมสโมสรลิเวอร์พูลนั่นเอง   และหลังจากทีเขารู้แล้วว่าเขาได้ทำอะไรลงไป ซาดิโอ มาเน่   นักฟุตบอลคนเก่งของเราก็ออกอาการเขินขึ้นมาทันที 

เขาจึงได้วิ่งกลับมาคุกเข่าร่วมกับเพื่อนนักฟุตบอลคนอื่นอื่น ที่กลางสนาม  อย่างไรก็ตามหลังจากที่จบการแข่งขันนี้แล้ว ซาดิโอ มาเน่    ก็ได้ออกมาพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ว่าที่เขาไม่ได้คุกเข่าพร้อมกับเพื่อนคนอื่นอื่นในครั้งแรกนั้น เป็นเพราะว่าเขานั้นลืมว่ามีการนัดกันไว้ว่าจะทำการคุกเข่าก่อนแข่งนั่นเอง และเขายังบอกอีกด้วยว่าอาจจะเป็นเพราะว่าตัวเขานั้น

รู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปเพราะนี่เป็นการแข่งขันครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ต้องหยุดแข่งช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19  ซึ่งหากนับไปแล้ว ซาดิโอ มาเน่    ไม่ได้ลงสนามแข่งฟุตบอลมาเป็นระยะเวลานานถึงสามเดือนแล้ว ทำให้เขานั้นรีบร้อนอยากจะแข่งฟุตบอลโดยเร็วนั่นเอง 

             สำหรับเรื่องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการคุกเข่านั้น ตอนนี้หากทีมไหนมีการแข่งขันก็มักจะมีการคุกเข่าก่อนแข่งกันแทบจะทุกทีม เพราะทุกคนต้องการให้มีการยุติการกดขี่และยุติปัญหาการเหยียดผิวสีกันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay

Posted in ข่าวกีฬา