กุนซือคนใหม่ชาวเนเธอร์แลนด์ กำลังจะสร้างสามทหารเสือชาวดัตช์ในถิ่นคัมป์นู หลังจากที่ได้เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการที่นี่แล้ว เมื่อเค้าประกาศออกมาชัดเจนว่า ต้องการดึงตัวนักเตะที่เค้าต้องการซึ่งก็เป็นนักเตะที่เคยใช้งานและร่วมกันมาก่อนสมัยที่เค้ายังคุมทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งก็เป็นเรื่องปรกติที่หากสโมสรใดก็ตามมีกุนซือชาติใดแล้วนั้น ก็มักจะมีนักเตะชาตินั้นๆ มาร่วมทีมอยู่ด้วย

ไม่ว่าจะเป็นสมัยที่ อาแซน เวนเกอร์ คุมทีมอาร์เซนอล ก็จะมีนักเตะฝรั่งเศสมากมาย หรือจะเป็นยุคเป๊ป กวาดิโอล่าร์ที่คุมแมนซิตี้ ก็จะมีแต่นักเตะเสปน ดังนั้นการที่กุนซือคนนี้ต้องการที่จะสร้างสามทหารเสือชาวดัตช์ขึ้นมานั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ดังนั้นเราลองมาดูว่านักเตะที่เค้าต้องการจะนำมานั้นมีใครบ้าง

คนแรก จอร์จินโอ ไวจ์นัลดุม นักเตะตำแหน่งกองกลางที่ปัจจุบันเป็นตัวหลักและเล่นให้กับสโมสรอย่างลิเวอร์พูล ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องยากสักหน่อยหากจะดึงตัวนักเตะคนนี้มา เพราะทาง คล๊อป เองก็คงไม่ยอมง่าย แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเพราะด้วยลำพังคนชาติเดียวกันและนักเตะเองก็เคยร่วมงานกันมาก่อนอาจจะทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะในอังกฤษนั้น ไวจ์นัลดุม เองก็ประสบความสำเร็จแล้ว บางทีความท้าทายในเสปนอาจจะเป็นเสน่ห์ให้นักเตะคนนี้ลองดูก็ได้

คนสอง เมมฟิส เดปาย ใครจะไปเชื่อว่าหลังจากที่ล้มเหลวกับผีแดง จนถูกตราหน้าว่าเป็นนักเตะเสิ่นเจิ้น เก่งไม่จริง แต่พอย้ายไปร่วมทีมโอลิมปิก ลียงนั้น เค้าก็คืนฟอร์มกลับมากลายเป็นคนเดิม และยังพาต้นสังกัดเข้าถึงรอบรองฯศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกในปีนี้ได้อีกด้วย แถมในการเล่นทีมชาติที่มีกุนซืออย่างคูมันคุมทีมนั้น ตัวนักเตะเองก็เป็นคนสำคัญที่ คูมัน ชอบมากๆ ดังนั้นหากมีโอกาสได้ร่วมงานกันในสโมสรระดับบาร์เซโลน่า เชื่อว่านักเตะเองก็คงไม่ปฏิเสธแน่นนอน

คนสุดท้าย ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค เรียกได้ว่าในปัจจุบันตลาดซื้อขายนักเตะ ชื่อคนนี้กลายเป็นชื่อที่เนื้อหอมมากที่สุด และมีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจ้องตาเป็นมัน เพราะด้วยความครบเครื่องในความสามารถไม่ว่าจะเป็นเกมรุกหรือเกมรับ จึงทำให้เค้ากลายเป็นเป้าหมายของ คูมัน และเชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่สุดในสามคนที่กล่าวมา เพราะด้วยความที่เหมือนจะถึงเวลาที่นักเตะอิ่มตัวกับสโมสรเดิมและพร้อมที่จะออกสู่ความท้าทายใหม่แล้ว

จึงมีโอกาสที่เราจะเห็นสามทหารเสือดัตช์ในสีเสื้อบาร์เซ่า เร็วๆ นี้

 

สนับสนุนโดย    สล็อต777คาสิโนออนไลน์

Posted in ข่าวกีฬา

สำหรับนักฟุตบอลอย่างอันเดรีย ปิร์โลนั้นเขาต้องต่อสู้และเผชิญกับความยากลำบากในช่วงหนึ่งในขณะที่เขานั้นยังเด็กมาเลยทีเดียวและเขาก้สามารถฟ่าฟันและเอาชนะการต่อสู้ที่ยากลำบากเหล่านั้นมาได้ในที่สุดสำหรับเรื่องราวการต่อสู่ของเขานั้นไม่ได้เป็นการต่อสู้ในการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองเท่านั้น แต่ยังยังต้องต่อสู้และฟ่าฟันกับคำดูถูกต่างๆมากมายทีถาโถมสู่ตัวเขา

เพราะเนื่องจากเขานั้นถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่มีฐานะทางครอบครัวที่ดีมากคนหนึ่งทำให้เขามักจะโดนดูถูกในแง่ลบเสมอว่าการที่เขานั้นเป็นลูกคนมีฐานะทำให้เขาได้ก้าวขึ้นมาสู้ในระดับนี้แตกต่างจากคนที่ยากจนและลำบากมาก่อน 

ซึ่งในตอนที่เขาเข้าสู่วงการลูกหนังนั้นเขามีอายุเพียง 14 ปีเท่านั้นและเขาได้ก้าวขึ้นมาเล่นในระดับชุดใหญ่ในในอีกสองปีถัดมาก็คือตอนที่เขานั้นอายุได้เพียง16ปีเท่านั้น ซึ่งในตอนที่เขายังเด็กมากนั้นหลายคนอาจจะมองว่าเส้นทางในสายอาชีพฟุตบอลของเขานั้นโรยด้วยดอกกุหลาบและสวยงามเพราะเขาเกิดมาเป็นลูกคนรวยหรือมีฐานะที่ดี

ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นถือว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการเล่นฟุตบอลของเขาก็ว่าได้แต่เขานั้นไม่ได้สนใจหรือใส่ใจในคำพูดเหล่านั้นเพราะสิ่งที่เขาต้องการนั่นก็คือการแสดงความสามารถอย่างแท้จริงของเขาในกีฬาฟุตบอลให้เป็นที่ยอมรับจากคนอื่นๆนั่นเอง แต่แม้ว่าเขานั้นจะแสดงความสามารถหรือโชว์สิ่งที่เขามีมากเพียงใดยิ่งดูเหมือนว่าเหตการร์นั้นจะยิ่งเลวร้าย

เพราะในการที่เขาเข้ามาสู่การเล่นในทีมชุดใหญ่นั้นในทีมก็จะมีนักเตะที่อายุมากกว่าและถือว่าเป็นตัวเก๋าของทีม เมื่อมีเด็กใหม่เข้ามาและเป็นเด็กใหม่ที่มาจากพื้นเพฐานะครอบครัวและสังคมที่แตกต่างกันนั้นก็ทำให้โดนรับน้องอย่างโหดร้ายเลยทีเดียวเพราะในการเล่นและการแข่งขันนั้นก็ไม่มีใครทีมที่ส่งบอลให้ ไม่มีใครเชื่อมั่นในความสามารถของเขาอีกทั้งยังไม่มีใครมาคอยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ

ในช่วงเวลาที่เขานั้นต้องการใครสัก จนในที่สุดนั้นเขาก็สามารถฟ่าฟันและโผล่ขึ้นมาจากสิ่งชั่วร้ายนั้นได้ด้วยการเป็นนักเตะคนสำคัญของเบรสซาและเป็นนักเตะดาวรุ่งในวงการฟุตบอลอิตาลีได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่หลากหลายค่าย จนกระทั่งในปี 1998 เข้าได้ย้ายไปเสริมทัพทีมฟุตบอลชื่อดังอย่างอินเตอร์ มิลาน ด้วยความที่เขานั้นได้รับความคาดหวังอย่างมาก

ในการย้ายไปครั้งนี้ แต่อย่างว่าชีวิตเมื่อถึงทางแยกและต้องเลือกอะไรสักอย่างนั้นสิ่งที่เลือกก็มักจะเต็มไปด้วยความเสี่ยงเสมอ และในครั้งนั้นถือว่าเป็นการเลือกเส้นทางที่เรียกได้ว่าล้มเหลวของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะเขานั้นไม่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งโค้ชรวมถึงผู้ร่วมทีมด้วยทำให้เขานั้นไม่ได้รับโอกาสในการลงแข่งขันและได้เป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น ก็ถือว่าชีวิตในเส้นทางสายอาชีพของอันเดรีย ปิร์โลนั้นเต็มไปด้วยขวกหนามอย่างมากเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย    คาสิโน ปอยเปต

Posted in ข่าวกีฬา

                เมื่อวันที่ 17 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2563   สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์   ได้มีการเปิดสนามเพื่อให้นักกีฬาฟุตบอลของทีมสโมสรเชลซีและทีมสโมสรเซาแธมป์ตันได้ลงสนามร่วมกัน  ด้วยการแข่งขันฟุตบอลในครั้งนี้เป็นการแข่งขันเพื่อชิงถ้วยรางวัลของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ  แน่นอนว่าหลายคนอาจจะมีการเชียร์ทีมเชลซีเนื่องจากว่าเป็นสโมสรนักใดที่มีชื่อเสียงมานานเกี่ยวกับการเล่นฟุตบอลอีกทั้งการเล่นในครั้งนี้ก็เป็นการเล่นที่บ้านของทางเชลซีเองเพราะฉะนั้นโอกาสชนะจึงค่อนข้างเป็นไปได้สูง

                   อย่างไรก็ตามเมื่อกรรมการเปิดเกมให้เริ่มการแข่งขัน  สิ่งที่แฟนบอลของเชลซีคาดหวังไว้นั้นก็เกิดขึ้นจริงเมื่อเชลซีสามารถที่จะยิงประตูของเซาแธมป์ตันก่อนได้ในนาทีที่ 15 หลังจากนั้นก็มีการผลัดกันรุกผลัดกันรับเริ่มนาและเพียงนี่นานก็สามารถยิงประตูที่ 2 ให้กับเชลซีอีกครั้งหนึ่งในนาทีที่ 29  

ซึ่งประตูที่ 2 นี่เองสร้างความมั่นใจให้กับนักกีฬาของเชลซีรวมถึงแฟนบอลของเชลซีมากว่าในการแข่งขันครั้งนี้พวกเราจะต้องชนะและได้คะแนนอย่างแน่นอน   เพราะในขณะนี้เพียงแค่ 29 นาทีเท่านั้นทีมเชลซีก็สามารถที่จะนำเซาแธมป์ตันด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 0 แล้ว

                แต่ยังไม่ทันที่จะมีการเป่านกหวีดปิดเกมในครึ่งแรกทีมเซาแธมป์ตันก็สามารถที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้กับตนเองและแฟนบอลของพวกเขาด้วยการยิงประตูของ Chelsea ได้ 1 ลูกกลายเป็นว่าก่อนจบการแข่งขันนั้นเชลซียิงได้ 2 และเซาแธมป์ตันยิงได้ 1 ประตู  และเมื่อกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งหนึ่งปรากฏว่าทีมเซาแธมป์ตันก็สร้างปรากฏการณ์ให้กับทีมตนเองเมื่อสามารถยิงลูกที่ 2 ได้สำเร็จทำให้สถานการณ์นั้นกลายเป็น 2 ประตูต่อ 2 แต่เล่นไปได้ถึงนาทีที่ 59  เชลซี ก็สามารถที่จะนำได้อีกครั้งหนึ่งเมื่อมีการยิงเข้าประตูของเซาแธมป์ตันกลายเป็น 3 ประตูต่อ 2 แต่เพียงไม่นานแค่ 2 นาทีเท่านั้นเองเซาแธมป์ตันก็สามารถกลับมาตามเชลซีได้อีกครั้งหนึ่ง

              เมื่อนักฟุตบอลของเชลซีสามารถวิ่งในยิงประตูในนาทีที่ 90ได้ทำให้สถานการณ์ของเชลซีกับเซาแธมป์ตันนั้นต้องจบลงด้วยคะแนน 3 ประตูต่อ 3 โดยทั้งสองทีมนั้นใช้ระยะเวลาในการเล่นทั้งหมดไป 90 นาทีด้วยกัน    และเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลงก็ทำให้แฟนบอลเชลซีนั้นรู้สึกถึงความผิดหวังเพราะตั้งแต่ครึ่งแรกแล้วที่พวกเขามีการนำสโมสรเซาแธมป์ตันมาแล้วแต่พอครึ่งหลังกลับมาเล่นกลับไม่สามารถอุดประตูเอาไว้ได้เดินทำให้เซาแธมป์ตันสามารถตีเสมอได้ในที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นคาสิโนออนไลน์ให้ได้เงิน

Posted in ข่าวกีฬา

คำๆนี้อาจจะใช้ได้กับบุคคลที่เมื่อถืงเวลาที่ต้องแสดงความสามารถหรือต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติได้นั้น มักจะสามารถทำได้จริงๆ ในเวลานั้น และนี่ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำได้เช่นนั้น นั่นก็คือ โอเล่ กุนน่าร์ โซลช่า บอสใหญ่แห่งผีแดง แมนยูไนเต็ด ที่เมื่อถึงเวลาที่ต้องวัดใจ ก็สามารถเอาตัวรอดและกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง ซึ่งหากย้อนกลับไปนั้น จะเห็นได้ว่าสำหรับตัวโซลชาเองนั้น มักจะมีผลการแข่งขันที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เค้ายังคงคู่ควรกับตำแหน่งบอสใหญ่ของผีแดงแมนยูไนเต็ด

วันที่ 6 มีนาคา 2519 ในวันที่ต้องมีการแข่งขันแชมป์เปี้ยนลีก ในฤดูกาล 2018-2019 โซลชาได้โอกาสครั้งสำคัญในการเข้ามารับตำแหน่งกุนซือของผีแดงในเวลานั้น ซึ่งเป็นการคุมแบบชั่วคราว แต่สิ่งที่เค้าทำให้มันเกิดขึ้นแบบไม่มีใครโต้แย้งก็คือเค้าพาทีมไร้พ่ายสิบสองนัดติดต่อกัน แถมยังงัดฟอร์มการเล่นของนักเตะแต่ละคนออกมาได้อย่างสุดยอด

ซึ่งแมตช์ที่พิสูจน์ให้เห็นคือการแข่งขันในนัดนั้นที่ ลูกทีมของเค้าหลังจากที่แพ้มาในนัดแรกสองประตูต่อศูนย์ที่บ้านตัวเอง แต่กลับพลิกนรกซัด เปแอสเช ตกรอบด้วยประตูทีมเยือน สกอร์สามประตูต่อหนึ่ง ไปแบบสนุก และหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้สัญญาคุมทีมแบบเต็มตัวทันที

วันที่ 27 ตุลาคม 2019 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่แล้วหลังจากที่เจ้าตัวพาทีมออกสตาร์เก้านัดแรกไม่ดีเท่าไหร่เก็บได้เพียงแค่เก้าคะแนนเท่านั้น ซึ่งดูแนวโน้มแล้วว่ามีสิทธิ์โดนปลดในนัดถัดมาซึ่งถ้าไม่ชนะก็คงไม่รอด แต่สุดท้ายแล้ว โซลชา ก็ยังดวงแข็ง งัดความสามารถออกมาได้ทันท่วงที ด้วยการพาลูกทีมบุกชนะ นอริช ได้สามประตูต่อหนึ่ง เรียกว่าเป็นการปลดล็อกในเวลานั้นให้อยู่รอดต่อไปได้ทันที

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2020 ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว ที่โซลชาต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการพาทีมแมนยู ยึดพื้นที่อันดับสี่คว้าตั๋วยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกมาให้ได้ และเมื่อถึงนัดชี้ชะตากับคู่แข่งทางตรงอย่างเชลซี โซลชาก็สามารถแสดงอิทธิ์ฤทธิ์ได้อีกครั้งด้วยการพาทีมคว่ำเชลซี ถึงรังของสิงห์บูลเองด้วยการเอาชนะไปได้สองประตูต่อศูนย์และเป็นการขยับเข้าไปอยู่พื้นที่แชมป์เปี้ยนลีกก่อนที่จะรันอินยาวๆ ด้วยการไม่แพ้ต่อทีมใดเลยเป็นเวลา 14 เกม พร้อมคว้าตั๋วยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกมาครองจนได้

และล่าสุดกับการแข่งขันกับนิวคาสเซิ่ล ซึ่งถือว่าก่อนหน้านั้น แมนยูโชว์ฟอร์มน่าผิดหวังมาตลอด แต่สุดท้าย คนจะรอด และคนเก่งต้องรอด โซลชา ก็พาทีมบุกเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ได้ 4 ประตูต่อหนึ่ง

เรียกว่ายอดคนจริงๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าฟรีโบนัส

Posted in ข่าวกีฬา

ฟิล ธอมป์สัน อดีตผู้เล่นของทีม ลิเวอร์พูล  รำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งแย่งตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับทีมแมนยู

           หากพูดถึงนักเตะที่ตอนนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดนักเตะ เป็นคนทีสโมสรใหญ่ๆอยากให้มาอยู่ร่วมทีมด้วย เป็นคนที่มีแฟนบอลทีชื่นชอบอยู่ทั่วทุกมุมโลก ตอนนี้คงหนี้ไม่พ้น นักเตะชื่อดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้   แต่ก่อนที่เขาจะดังมากขนาดนี้นั้นเขาเป็นเพียงแค่นักเตะที่ยังไม่มีใครรู้จัก ซึ่งเรื่องนี้ ฟิล ธอมป์สัน 

          ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นผู้เล่นให้กับทีมลิเวอร์พูล ได้อกมาเล่าประสบการณ์ย้อนหลังของเขา เกี่ยวกับความทรงจำของเขาที่มีต่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ว่าในช่วงสมัยปี  ค.ศ. 2003  ตอนนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้   กำลังเริ่มที่จะดัง เขากำลังเริ่มเป็นดาวรุ่งน้องใหม่ที่หลายสโมสรอยากได้ตัว โดยเฉพาะสโมนสรใหญ่ๆ อย่างทีมลิเวอร์พูล กับทีมแมนยู

         เขาพูดถึงว่าตอนนั้นตัวของเขาเอง กับ เชราร์ด อุลลิเยร์ ซึ่งอยู่ร่วมทีมลิเวอร์พูล อยากได้ตัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้    มาอยู่กับทีมลิเวอร์พูลมาก พวกเขาได้เข้าไปคุยกับทางเอเย่นต์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้   ซึ่งตอนนั้นมีการตกลงค่าตัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้    เอาไว้เพียงแค่ 4 ล้านปอนด์เท่านั้นเอง แถมในตอนนั้นเอเย่นต์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังบอกพวกเขาว่า พวกเขาสามารถผ่อนค่าตัวราคา 4 ล้านปอนด์นี้ได้ด้วย โดยสามารถจ่ายเพียงปีละหนึ่งล้านปอนด์ก็ได้ 

        หากจะพูดไปแล้วตอนนั้นค่าตัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้  ถูกอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนั้นเอเย่นต์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้    ที่เขาคุยด้วยนั้นชื่อว่า โทนี่ เฮนรี่ แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่อดีตเอเย่นต์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้  ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ตอนนั้นเขารู้สึกโชคดีมากที่ได้ค่าตัวนักเตะอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้    มาในราคาแสนถูก แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเซ็นสัญญากัน ทางทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มาปาดหน้าเค้กของพวกเขาซะก่อน ด้วยการเสนอค่าตัวให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้    สูงถึง 12.2 ล้านปอนด์ 

           โดยในขณะนั้นทีมปีศาจแดง ยังอยู่ภายใต้การบริหารงานของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน  เขายอมทุ่มเงินจาก 4 ล้านปอนด์มาเป็น 12 ล้านปอนด์ ตอนที่ เขารู้ว่าทีมปีศาจแดงมาแย่งตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้  ไปพวกเขาตกใจกันมากเลยทีเดียว เพราะค่าตัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้    พุ่งขึ้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืนแค่นั้นเอง และนับตั้งแต่นั้นมา คริสเตียโน่ โรนัลโด้    ก็กลายมาเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และค่าตัวของเขาก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet

Posted in ข่าวกีฬา

  นักฟุตบอลสาวชาวญี่ปุ่นสุดเท่ห์ ตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นนักเตะกับทีมฟุตบอลชาย 

  

   มีรายงานข่าวออกมาจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน ปีพ.ศ.2563    โดยสื่อของประเทศญี่ปุ่นได้มีการรายงานเกี่ยวกับเรื่องของข่าวกีฬาซึ่งสร้างความฮือฮาและความประหลาดใจให้กับคนในวงการฟุตบอลเป็นอย่างมาก 

นั่นก็เพราะว่ามีนักฟุตบอลหญิงคนหนึ่งของทีมชาติญี่ปุ่นเธอชื่อว่า ยูกิ นากาซาโตะ เดิมทีนั้นเธอเป็นนักฟุตบอลให้กับทีมชาติญี่ปุ่นโดยเธอนั้นได้แชมป์ฟุตบอลโลกในปี ค.ศ 2011 และในปี ค.ศ. 2012 และเพื่อนร่วมทีมก็สามารถที่จะพากันเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกซึ่งในครั้งนั้นพวกเธอก็ได้เหรียญเงินมาครอบครอง

และหลังจากนั้นในช่วง ปี ค.ศ2017 เธอได้ตัดสินใจไปเซ็นสัญญาอยู่ในลีกฟุตบอลอาชีพหญิงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเธออยู่กับทีมชิคาโก้  เร้ดสตาร์  ปัจจุบันนั้น ยูกิ นากาซาโตะเธอมีอายุอยู่ที่ 33 ปีแล้ว    อย่างไรก็ตามแต่เธอได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีข่าวออกมาว่า  ยูกิ นากาซาโตะ ได้ตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่และมาค้าแข้งในประเทศบ้านเกิดของตนเองโดยเธอนั้นได้มีการจับมือเข้าร่วมกับทีม  Hayabusa  Eleven  

 ซึ่งทีมนี้เป็นทีมฟุตบอลที่พี่ชายของเธอนั้นเคยร่วมงานด้วยสำหรับทีมนี้นับเป็นทีมฟุตบอลชายสมัครเล่นที่เล่นอยู่ในลีกดิวิชั่น 2 ส่วนพี่ชายของเธอนั้นเคยอยู่กับทีมนี้มาก่อนและน่าจะเป็นการชักชวนจากพี่ชายให้เธอมาร่วมทีมด้วยซึ่งทีมนี้อยู่ในจังหวัดคานากาวะและเป็นจังหวัดที่เธอและพี่ชายเกิดนั้นเอง

การให้สัมภาษณ์ของยูกิ นากาซาโตะ เธอบอกว่าเธอตัดสินใจมาค้าแข้งกับทีมฟุตบอลชายนั้นเธอไม่ได้คิดว่าตนเองจะมีความสามารถมากหรือไม่เพียงแต่ว่าเธอต้องการแสดงจุดยืนของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องของความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชายซึ่งเธออยากแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถร่วมทีมในการแข่งขันฟุตบอลกับผู้ชายได้โดยเธอไม่ต้องการให้มีการแตกแยกกันระหว่างผู้หญิงผู้ชาย

ซึ่งเธอบอกว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจนั้นมาจากกัปตันทีมของเธอในสมัยที่เธอนั้นไปค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาดังนั้นเธอหวังว่าเธอจะเอาโอกาสที่เธอได้รับนี้มาแสดงออกให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันในประเทศของเธอเธอไม่อยากให้มีการแบ่งชนชั้นระหว่างเชื้อชาติหรือการจำกัดกันระหว่างเพศหญิงและเพศชาย

  อย่างไรก็ตามข่าวที่รายงานออกมานั้นเป็นการรายงานเกี่ยวกับเรื่องของการทำเซ็นสัญญายืมตัวกันเท่านั้นยังไม่ได้เป็นการซื้อขาดที่จะมาเล่นให้กับทีมในบ้านเกิด เชื่อว่าเวลาที่เธอลงเล่นในสนามคงมีสาวๆหลายคนมากรี๊ดกันมาเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี หวยดี

Posted in ข่าวกีฬา

น่าสงสารเหลือเกินกับอาชีพการค้าแข้งของแกเร็ธ เบล ปีกพ่อมดชาวเวลล์ ของราชันชุดขาว รีลมาดริด ที่ตอนนี้โดนดองเป็นปูเค็มไม่ได้มีส่วนร่วมกับการลงเตะให้กับราชันชุดขาวมาตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่แล้ว

 แถมยังมีปัญหาไม่กินเส้นกับ ซีเนอดีน ซีดาน บอสใหญ่ของราชันชุดขาว รีลมาดริดอีกต่างหาก และหนักไปกว่านั้นคือ มักจะโดนสื่อจากประเทศเสปนจ้องเล่นงานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมทีมหรือสโมสร 

ยกตัวอย่างเช่นในการแข่งขันนัดหนึ่งที่มาดริดลงเตะในสนามของตัวเอง แต่เจ้าเบล ดันนั่งหลับ (อันนี้ก็ถือว่าไม่ให้เกียรติกันจริงๆ)  หรือการที่เจ้าตัวไม่ไปได้ไปแข่งฟุตบอลศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกเพราะไม่มีชื่อติดทีม

 แต่พอเพื่อบินไปเตะแทนที่จะนั่งเชียร์เพื่อนร่วมทีมอยู่ที่บ้านหรือสโมสรเหมือนคนอื่น ก็ดันเอาเวลาไปตีกอลฟ์แทน มันจึงเหมือนกับว่านักเตะกับสโมสรคงอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว ทั้งที่จริงตอนย้ายมาใหม่ๆ เจ้าตัวก็เป็นที่รักของแฟนบอลและก็ยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างยาวนาน แต่พอเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นตาลปัตร

 หรือเกือบจะกลับมาเป็นที่รักได้อีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวเป็นฮีโร่ยิงสองประตูช่วยให้ ราชันชุดขาวเอาชนะหงส์แดงในรอบชิงศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกเมื่อสองฤดูกาลก่อนและคว้าแชมป์ไปที่สุด แต่พอเปิดฤดูกาลใหม่ตัวเค้าก็ยังคงโดนดองเหมือนเดิม จนล่าสุดนี้มีการประกาศขายเลหลังให้กับทีมในยุโรปที่สนใจแล้ว แต่กลับยังขายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะนักเตะไม่เก่ง

 หรือค่าตัวแพงเกินไปก็ไม่ใช่ เพราะจริงๆแล้วค่าตัวของเบล ประกาศไว้ที่สามสิบล้านปอนด์ กับนักเตะระดับฝีเท้าขนาดนี้ และอายุที่สามสิบเอ็ดปี อย่างน้อยยังใช้งานหนักๆได้อีกสองถึงสามปี แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นที่ไม่มีคนซื้อเพราะราคาหรือความสามารถนักเตะ

 แต่ทุกอย่างคือติดที่เรื่องค่าเหนื่อยของ เบล ที่สูงถึง หกแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ เรียกว่าแพงติดอันดับหนึ่งในห้าของโลกก็ว่าได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถมีทีมใดจ่ายให้กับนักเตะได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ทาง แมนยู กับ เสปอร์ ต้นสังกัดเก่าของนักเตะสนใจอยู่ แต่ดูแล้วว่าหากแมนยูจะเอาจริงคงต้องมีการลดค่าเหนื่อยกันคนละครึ่งทาง

 ส่วนเสปอร์เองนั้น คงยากที่จะจ่ายไหว เพราะหากเบลยอมลงเชื่อว่าคงไม่ต่ำกว่าสามแสนปอนด์แน่นอน ซึ่งนั่นก็ยังถือว่าเยอะมากสำหรับเสปอร์อยู่ดี คงต้องติดตามกันยาวๆว่าหนังเรื่องนี้จะจบอย่างไร

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ํา 100 โบนัส 100

Posted in ข่าวกีฬา

หลังจากที่ทางสโมสรบาร์เซโลน่ามีข่าวออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิเสธการขายตัวนักเตะอย่างลีโอเนลเมสซี่ให้กับทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้นั้นล่าสุดก็มีรายงานข่าวพูดถึงทีมสโมสรบาร์เซโลน่าอีกครั้งหนึ่ง

โดยในครั้งนี้นั้นมีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของความต้องการของผู้จัดการทีมคนใหม่ของทางสโมสรบาร์เซโลน่าอย่าง  โรนัลด์ คูมัน ว่าเขามีความต้องการที่จะได้ตัวนักเตะซึ่งเป็นดาวยิงของทีมสโมสรลียงมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้

และทางโรนัลด์คูมันได้มีการประชุมกับบอร์ดบริหารของทีมสโมสรบาร์เซโลน่าเป็นที่เรียบร้อยแล้วและทางบอร์ดบริหารเองก็ได้มีการอนุมัติความต้องการในการนี้แล้วเช่นเดียวกัน 

โดยมีข่าวลือหนาหูมาว่าทางด้านทีมบาร์เซโลน่านั้นได้มีการติดต่อไปที่ลียงแล้วและเหลือการตัดสินใจว่าทางลียงนั้นจะตอบตกลงกับทางทีมสโมสรบาร์เซโลน่าหรือไม่และต้องรอดูเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นว่าค่าเหนื่อยของนักฟุตบอลซึ่งเป็นดาวยิงตัวเด่นของทีมลียงนั้นจะได้เท่าไหร่

   อย่างไรก็ตามกับข่าวหรือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทางสำนักข่าวได้มีการพยายามต่อไป  เมมฟิส เดปาย ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางสโมสรบาร์เซโลน่าต้องการให้มาร่วมทีมซึ่งในตอนแรกนั้นเขาไม่ได้ออกมาพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องข่าวลือหนาหูเรื่องนี้เลย

แต่อย่างไรก็ตามแต่ท้ายที่สุดแล้วเมื่อไม่นานมานี้เอง  เมมฟิส เดปาย ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวกับข่าวลือที่เกิดขึ้นโดยเขาระบุว่าเขาได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของทีมบาร์เซโลน่าที่อยากได้ตัวเขาไปร่วมทีมแล้ว

และในตอนนี้เองเขาก็รอจังหวะที่จะเข้าไปคุยเรื่องนี้กับทางทีมสโมสรที่สังกัดอยู่ซึ่งหลังจากที่เขาทราบเขาก็รู้สึกสนใจกับข้อเสนอของทางสโมสรบาร์เซโลน่าเป็นอย่างมาก

แต่อย่างไรก็ตามแต่ทางด้าน  เมมฟิส เดปาย ก็ยังไม่สามารถพูดอะไรได้มากนักเพราะเขาเองก็ต้องไปปรึกษากับทาง Agent ของเขาก่อนว่าจะเป็นอย่างไรและข้อเสนอที่ทางสโมสรบาร์เซโลน่าให้มานั้นดีมากแค่ไหนซึ่งถ้ามีอะไรคืบหน้าทางด้านเมมฟิส เดปาย  จะ ออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้มีข่าวลือออกมาเช่นเดียวกันว่าถ้าหากว่าท้ายที่สุดแล้ว เมมฟิส เดปาย ได้ย้ายไปร่วมทีมกับสโมสรบาร์เซโลน่า

แล้วเราก็มีความเป็นไปได้ที่มีโอกาสสูงมากเลยที่ทางทีมสโมสรบาร์เซโลน่าจะได้ตัวแถมซึ่งคนที่ถูกจะแถมไปพร้อมกับเมมฟิส เดปาย   นั่นก็คือ ซามูเอล  อุมติตี้ นั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวชุด 120

Posted in ข่าวกีฬา

หลังจากตกเป็นข่าวมาตลอดนับตั้งแต่กุนซือคนใหม่ของบาร์เซโลน่า โรนัล คูมัน ได้ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่า หลุยส์ ซัวเรส นักเตะศูนย์หน้าคนเก่งของทีมบาร์เซโลน่า ที่มีสถิติการยิงประตูรองเพียงแค่ ลีโอเนล เมสซี่ เพียงคนเดียวในสโมสรด้วยผลงานการยิงประตูไปทั้งหมดหนึ่งร้อยเก้าสิบแปดประตูจากการลงสนามให้กับทีมเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่านับตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่ย้ายมาจากทีมลิเวอร์พูล

สโมสรในพรีเมียร์ลีกประเทศอังกฤษ จากการลงสนามทั้งหมด สองร้อยแปดสิบสามนัดจากทุกรายการ กำลังจะย้ายไปร่วมทีมอื่น และทีมที่ว่านั้นคือทีมยักษ์ใหญ่อย่างยูเวนตุส ที่เรียกได้ว่าเป็นมหาอำนาจอีกหนึ่งทีมของประเทศอิตาลี ซึ่งก็คงไม่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะด้วยความสามารถของตัวนักเตะเอง มันเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้วที่สโมสรยักษ์ใหญ่ต้องการจะคว้าตัวไปร่วมทีม

แต่ที่มันจะเกิดความแปลกก็คือ สโมสรยูเวนตุสนั้น มีโรนัลโด้ นักเตะที่เคยเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเมสซี่ และซัวเรซ มาแล้ว แน่นอนว่าเรื่องภายนอกสนามพวกเค้าคือมืออาชีพที่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพที่ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกันอยู่แล้ว แต่ภายในสนามพวกเค้าแข่งกันยิ่งกว่าสงครามเสียอีก ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องน่าสนใจเป็นอย่างมาก

ถ้า จากเดิมที่ ซัวเรซ เคยเป็นคู่ขาของเมสซี่ และสร้างผลงานเพลงเตะอันลือลั่นจนพาบาร์เซโลน่า กวาดแชมป์มานับไม่ถ้วน กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นคู่ขาของโรนัลโด้ และกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทีมมหาอำนาจอย่างยูเวนตุสขึ้นมา ซึ่งด้วยความสามารถของโรนัลโด้เองที่ก็ไม่ได้เป็นรองเมสซี่ อยู่แล้ว มันจึงทำให้ความสมดุลและความสนุกคงยิ่งเพิ่มเข้าไปใหญ่

และหลายๆคนคงตั้งคำถามว่า ซัวเรซ จะเล่นร่วมกับโรนัลโด้ได้มั้ย หากว่ากันตามจริงแล้วนี่คงไม่ใช่คำถามที่หาคำตอบไม่ได้ เพราะด้วยฝีเท้าของซัวเรซ เค้าคือนักเตะระดับโลกอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่คำถามที่ต้องหาคำตอบแต่อย่างใด แต่คำถามที่คงเกิดขึ้นในใจของแฟนบอลทั่วโลก ถ้าหาก ซัวเรซ ได้ย้ายไปอยู่กับม้าลาย ยูเวนตุส และเล่นร่วมกับโรนัลโด้ จริงๆแล้วนั้น

การเล่นของคู่ไหนจะดีกว่ากันระหว่างซัวเรสเล่นคู่กับเมสซี่ หรือ ซัวเรสเล่นคู่กับโรนัลโด้ ซึ่งคงเป็นเรื่องยากที่จะหาคำตอบเพราะคงต้องรอให้เกิดการย้ายทีมกันจริงๆก่อน ถึงหากจะมาเทียบฟอร์มได้ว่าการจับคู่ของคู่ไหนจะดีกว่ากัน แต่ที่รู้แน่ๆว่า หลุยส์ ซัวเรซ จะกลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ที่ได้เล่นคู่กับนักเตะที่เก่งในโลกยุคปัจจุบัน ทั้งสองคนในช่วงอาชีพนักเตะ

Posted in ข่าวกีฬา

เรียกได้ว่าช๊อปแหลก เหมือนอัดอั้นในการใช้เงินกับการซื้อตัวนักเตะ หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วโดนโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะเป็นระยะเวลาหนึ่งปี พอมาปีนี้สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอนกว้านซื้อนักเตะเสริมทัพเป็นว่าเล่นและใช้เงินของเสี่ยหมี เจ้าของสโมสรไปแล้วกว่าสองร้อยล้านปอนด์ ไล่มาตั้งแต่ ฮาคิม ซิเย็ก ปีกจากสโมสรอาแจ๊กซ์ , ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าจากไลป์ซิก, เบน ชิลเวลล์ แบ๊กซ้าย จากเลสเตอร์ และคนล่าสุด ฮาแวร์ตช์ จากสโมสรเลเวอร์คูเซ่น

และทุบสถิติของสโมสรด้วยการซื้อนักเตะที่แพงที่สุดด้วยจำนวนเงินถึงเจ็ดสิบเอ็ดล้านปอนด์ ซึ่งว่ากันว่าตอนนี้สโมสรแห่งนี้กำลังบ้าคลั่งเป็นอย่างมาก โดยการกระทำเช่นนี้เชื่อว่าคงจะถูกใจแฟนบอลที่รักสโมสรเชลซีอย่างมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวหลายสำนักของอังกฤษต่างเริ่มมีความเป็นกังวลว่า แลมพาร์ด กุนซือหนุ่มไฟแรง

กำลังจะขุดหลุมให้ตัวเอง จริงอยู่ว่าฤดูกาลที่แล้ว ผู้จัดการทีมคนนี้พาทีมโชว์ฟอร์มสุดยอดและจบด้วยอันดับสี่สามารถไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีกได้ อีกทั้งยังได้รองแชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งถือว่ากับประสบการณ์ในการคุมทีมเพียงแค่หนึ่งปี และไม่ได้ซื้อนักเตะใดๆเลย โดยใช้แต่นักเตะที่มีอยู่เดิมนั้น จุดนี้ต้องยอมรับในฝีมือของผู้จัดการทีมคนนี้ แต่ในเวลานี้ สิ่งที่ แลมพาร์ด กำลังทำอยู่

มันกำลังเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับตัวเอง เพราะคงไม่มีเจ้าของสโมสรคนใดหรอกที่ยอมทุ่มเงินให้ซื้อนักเตะมากกว่าสองร้อยล้านปอนด์แล้วไม่หวังความสำเร็จกลับมาให้กับสโมสร ดังนั้นมันเปรียบเสมือนว่า ฤดูกาลนี้อาจจะเป็นการตัดสินอนาคตของแลมพารด์เลยก็ว่าได้ เพราะหากเค้าไม่สามารถคว้าแชมป์ได้นั่นเรียกว่าเค้าสอบตกในการคุมทีมเชลซี

หรือแม้แต่อย่าว่าแต่การคว้าแชมป์เลย ยิ่งถ้าเค้าพาทีมไปแชมป์เปี้ยนลีกไม่ได้เหมือนเดิมนั้น นั่นคือเราอาจจะต้องเห็นแลมพาร์ด หางานใหม่อย่างแน่นอนทั้งๆที่คุมทีมเพียงได้แค่สองฤดูกาล อันที่จริงแล้วนั้นก็น่าแปลกที่ทาง แลมพาร์ด โหมกระหน่ำซื้อนักเตะอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ เพราะหากจะว่าไปแล้วขุมกำลังที่มีอยู่ก็ถือว่าไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อยเพื่อความสมดุลของทีม แต่นี่กลับเล่นซื้อแบบว่าชอบใครไม่สนใจว่าจะแพงหรือว่าเหมาะกับทีมใหม่ แต่เอาเป็นว่าซื้อหมด ดังนั้นสิ่งที่เค้าเลือกที่จะทำแบบนี้เพื่อวัดใจกับเสี่ยหมี คงต้องมาดูแล้วว่า แลมพาร์ด คิดถูกหรือคิด

Posted in ข่าวกีฬา