เป็นที่ทราบกันดีว่าตอนนี้ทั่วโลกกำลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งการแพร่ระบาดนั้นมักจะติดกันได้ง่ายในบริเวณที่มีประชาชนอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นและหนึ่งในนั้นก็คือสนามฟุตบอลที่ชาวต่างประเทศมักจะนิยมไปชมการแข่งขันฟุตบอลถึงที่สนามและแต่ละเกณฑ์การแข่งขันนั้นเรามักจะเห็นว่าประชาชนจะหนาแน่น

เพราะต้องการที่จะไปเชียร์ทีมที่ตนเองรักนั่นเองและด้วยเหตุนี้เองปัจจุบันจึงได้มีการเลื่อนการแข่งขันฟุตบอลออกไปอย่างไม่มีกำหนดซึ่งบางลีกก็มีการกำหนดเอาไว้ว่าจะมีการแข่งขันกันภายในต้นเดือนเมษายนแต่ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นไปได้เนื่องจากว่าปัจจุบันประเทศทางแถบยุโรปและอเมริกายังพบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่ามันค่อนข้างสูง

และหลายประเทศยังมีนโยบายการปิดประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona กันอยู่จากการสำรวจและการให้ข้อมูลของคุณหมอเอวาซึ่งเป็นอดีตคุณหมอที่ดูแลทีมฟุตบอลของเชลซีได้มีการออกมาระบุว่าช่วงนี้จำเป็นที่จะต้องให้นักเตะหยุดทำการแข่งขันกันก่อนเนื่องจากนักฟุตบอลส่วนใหญ่ที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพจะมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว

เนื่องจากการเดินทางที่ต้องตระเวนไปแข่งตามประเทศต่างๆรวมถึงต้องถูกซ้อมยังหนักอยู่เป็นประจำส่งผลให้นักฟุตบอลทุกคนที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพมีร่างกายที่อ่อนแอมีโอกาสเสี่ยงอย่างมากที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งปัจจุบันมีนักฟุตบอลหลายคนที่ได้รับการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการรักษาตัว

    ไม่น่าเชื่อว่าการออกกำลังกายอย่างการเล่นฟุตบอลจะทำให้นักฟุตบอลมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงแต่เมื่อเราได้รู้เหตุผลก็ทำให้รู้ได้ว่าการที่นักฟุตบอลวิ่งเตะฟุตบอลในสนามฟุตบอลนั้นใช่ว่าเขาจะแข็งแรงเพราะบุคคลเหล่านี้จะต้องมีการฝึกซ้อมการเตะฟุตบอลเป็นประจำทุกวันอีกทั้งยังต้องพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการนอนพักผ่อนที่ไม่เพียงพอรวมถึงการเดินทางไกลต่างๆ

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คืออุปสรรคของการที่จะทำให้ร่างกายของตนเองแข็งแรงดังนั้นเมื่อร่างกายอ่อนแอก็มีโอกาสที่เชื้อไวรัสมรณะจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ดังนั้นในช่วงนี้ทางทีมสโมสรฟุตบอลส่วนใหญ่จึงต้องดูแลนักฟุตบอลของตนเองด้วยการหยุดซ้อมรวมถึงหยุดการแข่งขันไปก่อนจนกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าจะสิ้นสุดลง

ถึงจะมีการพิจารณา ให้นักฟุตบอลกลับมาแข่งขันกันใหม่อีกครั้งหนึ่งเพราะชีวิตของนักฟุตบอลและชีวิตของแฟนบอลสำคัญเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว

Posted in ข่าวกีฬา

มีซื้อก็ต้องมีขาย เพื่อความสมดุลของการเงินในสโมสรฟุตบอลยุคปัจจุบัน เพราะถ้าซื้ออย่างเดียวและไม่ปล่อยขายนักเตะออกไปเลย งานนี้คงมีเจ๊งกันบ้าง เพราะการที่จะมาแบกรับค่าเหนื่อยนักเตะในแต่ละสัปดาห์โดยที่ไม่ได้ใช้งานเลยนั้น ก็คงจะเป็นการบริหารสโมสรที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เช่นเดียวกันกับสโมสรแมนยูไนเต็ด ที่ต้องมีการปล่อยระบายนักเตะออกจากสโมสรเช่นกัน

เพราะในช่วงตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคม ก็ลงทุนไปเยอะกับนักเตะโปรตุเกส อย่างบูรโน่ แฟร์นันเดส แต่ก็ถือว่าคุ้มทีเดียว เพราะซื้อมานั้นแล้วทำผลงานฉุดกระชากจากผีลงหลุมให้ขึ้นมาเป็นผีหลอกหลอนชาวบ้านจนได้ คราวนี้เรามาลองดูกันว่า นักเตะที่จะต้องโดนปล่อยออกในช่วงตลาดซัมเมอร์นั้น จะมีใครกันบ้าง

ฟิล โจนส์ หมดเวลากับแมนยูแล้ว หลังจากที่ได้รับโอกาสมากมายตลอดเวลาจากกุนซือคนปัจจุบันและคนก่อนๆ แต่กองหลังคนนี้ก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้สักที อาจจะด้วยปัญหาการบาดเจ็บที่เค้าไม่สามารถสลัดออกมันได้สักที จึงเป็นอีกเหตุผลที่เค้าก็ไม่เคยโชว์ฟอร์มสุดยอดยออกมาได้อย่างที่ทุกคนหวังสักทีเหมือนกัน และจากข่าวล่าสุดว่า ทีมสาลิกาดง นั้นมีความสนใจอยากได้ตัวนักเตะคนนี้ไปร่วมทีม ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ทัพผีแดงจะปล่อยนักเตะคนนี้ไปเพื่อให้ได้เงินไปซื้อคนอื่นต่อ

มาร์กอส โรโฮ แบ๊กซ้ายทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่เวลานี้ถูกปล่อยยืมตัวกลับไปเล่นที่สโมสรบ้านเกิดแล้ว และคาดการณ์กันว่า หากหมดสัญญายืมตัวเมื่อไหร่ เค้ากลับมาแมนยู ก็คงไม่มีที่ว่างสำหรับนักเตะคนนี้แล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า เค้าน่าจะเป็นนักเตะที่ถูกขายออกไปอย่างแน่นอน

อเล๊กซิส ซานเชส นักเตะตัวรุกทีมชาติชิลี ซึ่งต้องบอกว่าเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรงที่ซื้อนักเตะคนนี้เข้ามาร่วมทีม เพราะตั้งแต่ซื้อมาแทบไม่ได้เล่นเลย และมีค่าเหนื่อยแพงที่สุดในสโมสร ปัจจุบันต้องปล่อยให้ทีมอินเตอร์มิลาน จากอิตาลี ยืมตัวไปเล่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะ ซึ่งตอนนี้ทางทัพผีแดง กำลังหาทางปล่อยตัวขายเค้าให้กับทีมอื่นอยู่

เจซี่ ลินการ์ด อดีตลูกรักของโซลชา แต่ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นและหลงระเริง จนทำให้ฟอร์มของนักเตะคนนี้ขาดความพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูแล้วโอกาสที่นักเตะคนนี้จะโดนปล่อยออกไป ด้วยสัญญาที่ใกล้จะหมด ซึ่งหากปล่อยตัวช้ากว่านี้ อาจจะไม่ได้เงินเลยก็ได้ 

Posted in ข่าวกีฬา

หลังจากที่ตามหากันจนเจอ กับตำแหน่งที่ลงตัวและเหมือนเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของทีมแมนยูในฤดูกาลนี้ ที่หลังจากได้ตัวนักเตะคนนี้มา แมนยูของโซลชา เปลี่ยนจากผีที่ลงหลุมไปแล้ว ลุกขึ้นมาหลอกหลอนทีมอื่นกันเป็นว่าเล่น เพราะนักเตะอย่าง 

บูรโน่ เฟอร์นันเดส เข้ามาเปลี่ยนแปลงการเล่นของฟุตบอลแมนยู ให้ดูเป็นทรงฟุตบอลได้ดีขึ้นมาก เพราะด้วยความที่เค้าเป็นนักเตะที่เล่นบอลได้ฉลาดและครบเครื่อง ไม่ว่าจะรุก รับ ทั้งยิง เลี้ยง และจ่ายบอล แต่ที่สำคัญสุดคือ เล่นง่าย ทำให้เพื่อนๆร่วมทีมต่างไม่ต้องเป็นกังวลกับการเล่นของเค้า ผิดกับ พอล ป๊อกบา ที่ต้องบอกว่าเป็นนักเตะอัจฉริยะ แต่ด้วยความที่ค่อนข้างติดแอ๊ก และมักจะเล่นลูกยากๆ ทำให้เพื่อนตามกันไม่ทัน ผลร้ายจึงเกิดขึ้นมากกว่าผลเสีย ซึ่งถึงขนาดนี้ แฟนบอลลืม พอล ป๊อกบา ไปแล้ว และด้วยตำแหน่งที่เล่นเหมือนกัน จึงทำให้แฟนบอลไม่ต้องการนักเตะอย่างพอล ป๊อกบา อีกต่อไป 

ถึงขนาดที่โซลชา บอกว่า ฤดูกาลหน้าเค้าขอซื้ออีกสามตำแหน่งเท่านั้น เค้าพร้อมที่จะต่อกรและแย่งแชมป์กับทุกทีม ซึ่งนักเตะตำแหน่งนั้นนั้นมีใครบ้างลองมาดูกัน 

ตำแหน่งกองกลาง ที่ทางโซลชา อยากได้มาช่วยทีม เพราะมีข่าวว่า เค้าอาจจะขาย เนมันย่า มาติชทิ้งออกไป และเอามาเป็นอะไหล่เล่นร่วมกันนักเตะที่มีอยุ่แล้ว กับ สก๊อต แมคโทมิเนียร์  และเฟรด ส่วนพอล ป๊อกบา ดูแล้วยังไงก็น่าจะย้ายออกมา นี่จึงเป็นตำแหน่งที่โซลชา ต้องการ

ตำแหน่งตัวริมเส้น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่โซลชาต้องการอย่างมาก เพราะปีกธรรมชาติของแมนยูตอนนี้ มีแค่ ดาเนี่ยม เจมส์ จริง นอกนั้น อย่างมาต้า อาจจะอายุมากเกินไปแล้ว ซึ่งโซลชา นั้นอยากได้ เจดอน ซานโช่ จากดอร์ทมุน มาร่วมทีม ซึ่งทางหากไม่ได้นักเตะคนนี้ อาจจะเป็น โธมัส มุลเลอร์ จากเสือใต้ บาเยิรน์มิวนิก 

สุดท้ายตำแหน่งกองหน้า ซึ่งตอนนี้มี มาร์ซิยาล กับ แรชฟอร์ด และดาวรุ่งชั้นดี อย่าง มารอน กรีนวูด ซึ่งคนที่เค้าอยากได้นั้น คือ แฮรี่ เคน ซึ่ง หากได้มาจริงๆ เค้าสามารถโยก มาร์ซิยาล  ไปเล่นด้านข้างได้ และถ้าหากได้มาจริงๆ นั้น น่าจะทำให้แมนยู กลายเป็นทีมที่น่ากลัวจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องอยู่ที่บารมี ฝีปากของโซลชา ว่าจะดึงผู้เล่นที่เค้าอยากได้มาร่วมทีมหรือไม่ และที่สำคัญคือเงิน ที่จะจ่ายให้กับต้นสังกัดเดิมของนักเตะคนนั้นได้หรือมา แต่หากได้มาจริงๆ ทั้งสามตำแหน่งนั้น นั่นหมายความว่า แมนซิตี้ และลิเวอร์พูลนั้น มีคู่แข่งสำคัญเพิ่มขึ้นมาอีกทีมในฤดูกาลหน้า

 

สนับสนุนโดย  dewabet

Posted in ข่าวกีฬา

พื้นที่โควตาแชมป์เปี้ยนลีก ในฟุตบอลอังกฤษ

หลังจากที่ทางยูฟ่า มีประกาศออกมาว่า สโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ จากประเทศอังกฤษ จะถูกแบน สั่งห้ามลงแข่งขันในศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก เป็นจำนวนเวลาสองฤดูกาล ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ซึ่งถึงแม้เมื่อมีประกาศนี้ออกมานั้น ทางสโมสรเรือใบสีฟ้า จะยื่นเรื่องไปให้ทางยูฟ่า เพื่อพิจารณาใหม่แล้วก็ตาม แต่คำสั่งนี้ยังคงมีผลจนกว่าจะมีการตัดสินกันใหม่ นั่นจึงหมายความว่า จากเดิมที่ประเทศอังกฤษจะได้โควต้าไปเล่นศึกฟุตบอลแชมป์เปี้ยนลีกนั้น

จะเป็นอันดับที่หนึ่งถึงอันดับที่สี่ จะกลายเป็นว่าสำหรับฤดูกาลนี้นั้น ทางเรือใบสีฟ้า น่าจะยึดตำแหน่งเข้าป้ายเป็นอันสองค่อนข้างแน่แล้ว นั่นจึงทำให้ผลพลอยได้จากการถูกแบนของเรือใบสีฟ้าครั้งนี้ ตกลงมาอยู่ทีมที่สามารถจบอันดับที่ห้าในลีกได้ ซึ่งจากเดิมก็มีการแข่งขันเพื่อแย่งพื้นที่ สี่อันดับแรกกันสนุกอยู่แล้ว

คราวนี้ทีมที่อยู่อันดับห้า ก็มีโอกาสได้ลุ้นไปด้วย ซึ่งนั้นหมายความว่า หากมองกันจริงๆแล้ว ปีนี้อันดับหนึ่งคงเป็นหงส์แดง ลิเวอร์พูล อันสองเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ และอันดับสามคือสุนัขจิ้งจอก เลสเตอร์ นั่นจึงยังคงเหลือสองอันดับให้ได้ลุ้นกัน ซึ่งตอนนีทีมที่มีโอกาสจะเป็นสองทีมสุดท้ายนั้น ก็คือทีมเชลซี และแมนยู และมีอีกสี่ทีมที่มีโอกาสสอดแทรดเบียขึ้นมาได้อีกถึงสี่ทีม นั่นคือ วูลฟ์แฮมตัม เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด เสปอร์ และอาร์เซนอล

โดยทั้งหกทีมนี้จะมีโอกาสแค่สองทีมเท่านั้นที่คว้าสิทธิ์นี้ไป หากแมนซิตี้โดนตัดสินลงโทษจริง และหากมองดูจากโอกาสในแต่ละทีมแล้วนั้น ความเป็นไปได้ น่าจะเป็นดังนี้

สโมสรเชลซี หากว่ากันจริงๆ แล้ว มีช่วงหนึ่ง ทีมเชลซี มีเป๋ ไปแต่ด้วยความเป็นนักสู้ของแฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ไม่เคยยอมแพ้ เค้าพาทีมกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง ซึ่งโอกาสที่จะคว้าตั๋วไปแชมป์เปี้ยนลีกนั้น อยู่ที่ 75%

สโมสรแมนยู นับตั้งแต่ได้ตัว บรูโน่ เฟอร์นันเดส มานั่นเหมือน จิ๊กซอว์ที่ โซลชา ตามหากันจนเจอ ฟอร์มแมนยู กลับมาสุดยอดอีกครั้ง ซึ่งหากรักษามาตราฐานนี้ได้ โอกาสนั้นอยุ่ที่ 65%

สโมสรวูลฟ์แฮมตัม หากใครเคยมีโอกาสได้ดูสโมสรนี้เล่น ต้องบอกว่าเป็นทีมที่ทรงบอลดีและเล่นสนุกมาก ซึ่งมีโอกาสอยู่ 50%

สโมสรเชฟยูไนเต็ด สเปอร์ และอาร์เซนอล ทางสื่อยังมองว่า เชฟยูไนเต็ด น่าจะมีหลุดฟอร์มและกดดันเองช่วงท้ายๆ ส่วนเสปอร์ ตัวผู้เล่นบาดเจ็บเยอะจนไม่สามารถจูนทีมได้ และอาร์เซนอล คงต้องให้เวลากุนซือคนใหม่ปรับสมดุลทีมให้ลงตัวกว่านี้ จึงมองว่าทั้งสามทีมนี้ โอกาสอยู่แค่ 30% เท่านั้น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

Posted in ข่าวกีฬา

พรีเมียร์ลีก หรือพรีเมียร์ชิพ ถือว่าเป็นลีกที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของการจัดอันดับที่มีผู้ชมเยอะและติดตามมากที่สุดในโลก เพราะลีกของอังกฤษนี้ มีการแข่งขันที่เข้มข้น และแต่ละทีมค่อนข้างสูสีและมีศักยภาพที่ใกล้เคียงกัน

โดยปัจจุบันลีกอังกฤษนั้นมีทั้งหมด 20 ทีม

แข่งขันกันทั้งหมดทีมละ 38 นัด และยังมีแถมฟุตบอลถ้วยในประเทศอีก 2 ถ้วย คือ ถ้วยลีกคัพหรือคาราบาวคัพในปัจจุบัน และอีกถ้วยคือเอฟเอคัพ ซึ่งความสนุกของพรีเมียร์ลีกนี้ ก็เพราะมีทีมที่เป็นยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอล อยู่ถึง 4 ถึง 6 ทีมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือเจ้าของฉายาผีแดง , ทีมลิเวอร์พูล หรือเจ้าของฉายาหงส์แดง, ทีมเชลซี เจ้าของฉายาสิงห์บลู, ทีมอาร์เซนอล เจ้าของฉายาปืนใหญ่ , ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ หรือเจ้าของฉายาเรือใบสีฟ้า และทีมเสปอร์ เจ้าของฉายาไก่เดือยทอง ซึ่งทั้งหกทีมนี้ต่างสร้างสีสันและความสนุกให้กับฟุตบอลอังกฤษอย่างมากมาย

เพราะทั้งหกทีมนี้ผลัดกันครองความยิ่งใหญ่ทั้งในฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วย อีกทั้งทีมต่างๆที่เหลือก็ยังพร้อมที่จะเป็นทีมที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์การลุ้นแชมป์ของแต่ละทีมให้เปลี่ยนไปได้ โดยในช่วงทศวรรษปี 2000-2010 นั้นดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาความยิ่งใหญ่ของทีมอย่างแมนยูไนเต็ด อาร์เซนอล และเชลซี ซึ่งทั้งสามทีมนี้ผลัดกันขึ้นเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกกันอย่างสุดมันส์ รวมถึงทีมอย่างแมนยูไนเต็ดที่ก้าวไปครองความยิ่งใหญ่ในระดับยุโรปได้

แต่หลังจากสิบปีผ่านไปเข้าสู่ยุคปี 2011 จนถึงปัจจุบันการผ่องถ่ายอำนาจจากเมืองแมนยู ไปสู่เมืองแมนซิตี้ จากสีแดงกลายเป็นสีฟ้านั้น แมนซิตี้ก้าวขึ้นมาครองอำนาจอย่างเต็มตัว โดยมีทีมเชลซี กับลิเวอร์พูล และสเปอร์ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่ง ซึ่งการที่มีทีมหลายๆทีมแย่งชิงความเป็นหนึ่งนั้นจึงทำให้ลีกพรีเมียร์ชิพอย่างอังกฤษ เป็นลีกที่ดูสนุกและลุ้นกันนัดต่อนัด ผิดกับลีกอื่นๆ ที่ผูกขาดกันแค่ สองสามทีม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นักบอลเก่งๆ ส่วนใหญ่มีความต้องการและสนใจที่จะมาค้าแข้งอยู่ในบนเกาะอังกฤษนี้

และลีกอังกกฤษนี้ยังเป็นสื่อชั้นดีที่ทำให้นักเตะดังไปทั่วโลก มีผู้คนมากมายที่รอจะรู้จักพวกเค้า หากเพียงแค่คุณเล่นได้เข้าตาเพียงแค่นัดหรือสองนัด ชื่อของคุณจะดังเพียงชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว และนี้คงเป็นมนต์เสน่ห์ของฟุตบอลอังกฤษ ที่ดึงดูดนักเตะจากทั่วโลกให้เข้ามาค้าแข้งและสร้างความสนุกให้กับคนดูที่ติดตามฟุตบอลอังกฤษกันอยู่ทั่วโลก

 

สนับสนุนโดย  9luck

Posted in ข่าวกีฬา

หากจะพูดตำแหน่งกัปตันทีมฟุตบอลนั้น

นั่นคือตำแหน่งที่ทรงเกียรติพาลูกทีมขึ้นรับถ้วยแชมป์และเหรียญรางวัล ส่วนในสนามคุณต้องเป็นผู้นำที่ทำหน้าที่บัญชาเกมและคุมเพื่อนร่วมทีม รวมถึงคอยกระตุ้นปลุกเร้าให้ร่วมกันสู้ แต่หากมองถึงคุณสมบัตินี้หล่ะ ในสมัยนี้ค่อนข้างหายากกับคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งกัปตันทีมนี้จริงๆ บางทีมก็เลือกจากอาวุโส บางทีมก็เลือกจากค่าตัวแพง บางทีมก็เลือกจากความเก่ง

แต่สำหรับทีมอย่างอาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอนนั้น นับตั้งแต่มีสุดยอดกัปตันทีมไล่เรียงมาตั้งแต่ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษอย่าง โทนี่ อดัมส์ ไล่มาจนสุดยอดกองกลางอย่าง แพคทริค วิเอร่า และสุดท้ายมาที่ยอดกองหน้าตัวยิงประตูอย่างเธียรี่ อองรีนั้น และหลังจากหมดยุคของทั้งสามคนนี้นั้น ทีมเมืองหลวงจากกรุงลอนดอน อย่างอาร์เซนอลนี้ ก็ไม่เคยมีกัปตันทีมใจเพชรจริงๆที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้เลย เพราะตั้งแต่นั้นมากัปตันแต่ละคนของอาร์เซนอล

ก็เรียกได้ว่าไม่เข้าตาเลยสักคน ไล่มาตั้งแต่ กัปตันกองหลังอย่าง โลล็องค์ ก๊อตซินี่ ซึ่งเรียกว่าเป็นกัปตันทีมกระดูกเปราะที่ลงเล่นไม่กี่นัดเดี๋ยวก็เจ็บ ซึ่งหมายความว่าเค้าเล่นๆ และก็หยุดๆ เพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บนี่เอง

แถมบางนัดลงมาเล่น แต่ฟอร์มก็สามวันดี สี่วันไข้ เดี๋ยวบางนัดก็เก่งขึ้นมา แต่บางนัดฟอร์มก็หลุดซะอย่างนั้น ซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เค้าไม่สามารถเป็นกัปตันทีมที่ดีของอาร์เซนอลได้เลย คนต่อมาคือ เมซุต โอซิล คนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะถ้าว่ากันด้วยฝีมือ นักเตะคนนี้ถือว่ามีเซนส์บอลที่สุดยอด แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นคนขี้เกียจไม่ค่อยวิ่ง และไม่ดุดัน ทำให้เพื่อนๆในสนาม ไม่ค่อยจะยอมรับเค้าในตำแหน่งกัปตันทีมนี้ซะเท่าไหร่

แล้วยิ่งแฟนบอลเห็นความขี้เกียจเค้าขนาดนี้ ยิ่งไม่ค่อยจะปลื้มเลยแม้แต่นิดเดียว คนต่อมาคือ ชานิต ชาก้า จริงๆแล้ว ชาก้านั้น ตอนแรกที่รับตำแหน่งนี้ เหมือนเค้าจะทำได้ดีทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วด้วยความที่เค้าเริ่มเล่นบอลแบบติดแอ๊ก คิดว่าตัวเองเก่ง และเริ่มทำให้ทีมเสียกระบวนการเล่น แฟนบอลก็เริ่มจะไม่ชอบใจเค้าเท่าไหร่

และเรื่องที่สำคัญ นัดที่เค้าโดนเปลี่ยนตัวออกครั้งหนึ่งในเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ตัวเค้าเองตบะแตก และแสดงความไม่พอใจออกมา ตอนถูกเปลี่ยนตัวและตะโกนใส่แฟนบอลว่า fuck off ซึ่งนั่นหมายความว่าตำแหน่งปลอกแขนกัปตันทีมของเค้ากระเด็นไปพร้อมกับคำพูดนั้นเลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายปลอกแขนกัปตันทีม ปัจจุบันย้ายมาอยู่กับ โอบาเมยอง ซึ่งแฟนบอลก็หวังว่าเค้าจะทำได้ดีเหมือน อองรี ในยุคก่อนนะ

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้  nowbet

Posted in ข่าวกีฬา

แมนยูไนเต็ด หรือผีแดง สโมสรยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ชิพ ของเกาะอังกฤษ ทีมที่ไม่มีใครรู้จัก และหลายๆคนที่เล่นฟุตบอลก็ใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเล่นให้กับทีมผีแดงนี้ สักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่คุณรู้ไหมว่าเคยมีนักเตะที่ปฎิเสธ แมนยูมาแล้ว อาจจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่พวกเค้าเหล่านั้นไม่มาแมนยู

คนแรก โรนัลดินโญ่ ก็ไม่แปลกที่จะไม่มา เพราะระดับนักเตะอย่างเหยินน้อยก็มีสิทธิที่จะเลือกเหมือนกัน เพราะตอนนั้นเค้ามีตัวเลือกอย่างเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า เข้ามาอยู่ในใจด้วยและสุดท้ายเหยินน้อยก็ตัดสินใจไปเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ปล่อยให้แฟนผีแดงบ่นร้องเสียดายกันไป และยิ่งไปกว่านั้นการเลือกของเหยินน้อย ก็ถือว่าเลือกถูกเพราะเค้านั้นไปได้ดิบได้ดี กับบาร์เซโลน่า และเป็นจอมทัพพาทีมกวาดแชมป์มากมายนับไม่ถ้วน

อลัน เชียร์เรอร์ สุดยอดดาวยิงในยุคนั้น

ที่กองเชียร์ผีแดงอยากได้มากที่สุด เพราะหัวหอกทีมชาติอังกฤษในช่วงนั้นถือว่าเป็นดาวยิงที่สุดยอดที่สุดในเกาะอังกฤษ แต่กลับกลายเป็นว่า เชียร์เรอร์ ตัดสินใจไปอยู่ กุหลาบไฟ แบล็กเบรินโรเวอร์ ซะงั้น ทั้งๆ ที่สื่อหลายคนเชื่อว่า ยังไงผีแดงก็ไม่พลาดดาวเตะคนนี้แน่นอน ซึ่งเหตุผลที่เชียเรอร์ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ไปผีแดงนั้นก็เพราะว่ากุหลาบไฟติดต่อเค้าเข้ามาก่อนนั่นเอง โอ้โห อะไรจะยึดมั่นถือมั่นซะขนาดนั้น เพราะถ้าดาวยิงคนนี้ตัดสินใจมาผีแดง คิดว่าอาชีพนักเตะอย่างเค้าก็มีเหรียญรางวัลชนะเลิศมากมาย และคงมีโอกาสได้ชูถ้วยพรีเมียร์มากกว่าหนึ่งครั้งแน่ๆ

แกเร็ธ เบล ปีกพ่อมดชาวเวลล์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นอยู่กับเซาแธมป์ตัน และย้ายไปอยู่ไก่เดือยทอง ซึ่งผีแดงก็หมายปองที่จะอยากได้เค้าไปร่วมทีม แต่สุดท้ายนักเตะรายนี้ก็ย้ายไป ราชันชุดขาว ซึ่งก็ถือว่าไม่แปลก เพราะราชันยุคนั้น เพียบพร้อมไปด้วยซุปเปอร์สตาร์ที่พร้อมจะช่วยผลักดัน ให้ปีกพ่อมดรายนี้ คว้ารางวัลต่างๆ

มาประดับอาชีพการค้าแข้งของเค้าได้ ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดที่ถูกต้อง เพราะตั้งแต่เจ้าตัวย้ายไปร่วมทีมมาดริด นักเตะคนนี้ก็คว้ารางวัลมากมาย กวาดแชมป์จนนับไม่ถ้วน ซึ่งก็ถือว่าเค้าคิดถูกต้องแล้วที่ย้ายไปมาดริด เพราะด้วยเจ้าตัวมักจะมีอาการบาดเจ็บบ่อย หากฝืนเล่นในลีกอังกฤษที่ถือว่าเล่นค่อนข้างหนักกว่าเสปน ป่านนี้เจ้าตัวคงไม่พิการ แต่คงโดนเตะจนน่วมแน่ๆ 

และนี่คือนักเตะในตำนานที่เคยปฏิเสธเข้าร่วมโรงละครแห่งความฝันมาแล้ว

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนจาก  rb88

Posted in ข่าวกีฬา

เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ นี่คือคำที่ใช้ได้จริงในโลกฟุตบอล

เพราะเรื่องราวของทีมบาร์เซโลน่า ในยุคที่มีโรนัลดินโญ่ กับ ลีโอเนล เมสซี่ นั้นได้เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะยุคก่อนที่จะมี ลีโอเนล เมสซี่ นั้น โรนัลดินโญ่ คือนักเตะมหัศจรรย์ ที่ทีมบาร์เซโลน่ามีอยู่ เพราะเค้านั้นสามารถสร้างปรากฎการณ์ การเล่นฟุตบอลที่ดูเพลินตาและพาทีมกวาดแชมป์มานับไม่ถ้วน โดยเจ้าเหยินน้อยนั้น ได้ย้ายทีมมาจาก ปารีส แซงแชร์แมงค์ ในลีกฟุตบอลฝรั่งเศสในวัยยี่สิบสามปี และที่นี่เองที่สตาร์คนนี้ฉายแสงออกมา และได้มีโอกาสได้ย้ายมาสู่บาร์เซโลน่า แม้ในฤดูกาลแรก บาร์เซโลน่า กับ โรนัลดินโญ่ จะไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ

แต่หลังจากนั้น โรนัลดินโญ่ ก็โชว์เพลงเตะเริงระบำแซมบ้าคลาสสิก และยึดบทบาทจอมทัพ ควบพาทีมบาร์ซ่า คว้าแชมป์มากมาก แต่ในขณะเดียวกับในชุดเยาวชน มีเด็กน้อยอายุวัยเพียงสิบหกปี ก็โชว์เพลงเตะสไตล์อเมริกาใต้เหมือนกัน จนทำให้เมสซี่ ได้มีโอกาสขึ้นมาเล่นชุดใหญ่

และนั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเสือสองตัว โดยวันแรกที่เหยินน้อย ได้พบกับเมสซี่ และได้ร่วมลงเล่นในสนามฝึกซ้อมเดียวกัน เหยินน้อย ได้กล่าวไว้ว่า เจ้าเด็กคนนี้คือคนที่จะมาควบตำแหน่งจอมทัพของบาร์เซโลน่าคนต่อไปและเค้าจะเก่งกว่าผมนี่เอง และเกมเป็นทางการครั้งแรกของเมสซี่ นั้นก็เป็นเหยินน้อยนี่แหละที่ถวายจ่ายพานให้กับเมสซี่ ยิงประตูแรกในสีเสื้อบาร์เซโลน่าชุดใหญ่ ซึ่งตลอดเวลาทีร่วมเล่นด้วยกัน เหยินน้อยเปรียบเสมือนเพื่อนและพี่ชายที่คอยรับส่งและไปสนามซ้อมด้วยกันเสมอ ซึ่ง ณ เวลานั้นไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า เหยินน้อย คือนักฟุตบอลหมายเลขหนึ่งของทีมบาร์เซโลน่า

และช่วงเวลานั้นด้วยวัยที่ต่างกันถึงแปดปี เมสซี่ ยังเหมือนเด็กที่รอคอยโอกาส โดยตลอดระยะเวลาที่ เหยินน้อย และเมสซี่ ร่วมเล่นกันตลอดสี่ปี ทั้งคู่พาทีมคว้าแชมป์มาสู่สโมสรบาร์เซโลน่าอย่างมากมาย แต่แล้วเวลาที่เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ก็มาถึง เพราะด้วยความสำมะเหร่เทเมาและชอบปาร์ตี้

นั่นคือสาเหตุที่สโมสรเริ่มมองถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นตัวอย่างให้นักเตะอนาคตของสโมสรอย่าง เมสซี จะเริ่มทำตามและเอาแบบอย่าง จึงทำให้สโมสรเริ่มผลักดันเมสซี่ เข้ามาแทนที่ของเหยินน้อย ซึ่งสุดท้าย เหยินน้อย ก็ได้ย้ายไปสู่ ปีศาจแดงดำ อย่างเอซีมิลาน จนในที่สุดเมื่อไม่มีเหยินน้อยนั้น เมสซี่ เริ่มฉายแววความเป็นผู้นำมา และจอมทัพออกมาเต็มตัว นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน

Posted in ข่าวกีฬา

นักเตะหลายๆคนที่มีโอกาสได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ของสโมสร หรือได้มีโอกาสได้ไปเล่นกับสโมสรใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลายคนเมื่อได้รับโอกาสก็สามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้

แต่อีกหลายคนเมื่อได้รับโอกาส ก็ไม่สามารถคว้าหรือเก็บรักษามาไว้ได้ เราลองมาดูกันว่ามีนักเตะคนไหนบ้างที่ไม่สามารถคว้าโอกาสนั้นได้

เคเซ่ โรวดิเกซ ซึ่งโดดเด่นมากในชุดเยาวชนก็ทีมราชันชุดขาวอย่างรีลมาดริด ในตำแหน่งกองหน้า จนได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ ในช่วงที่ คาร์โล อันเชลอตติ คุมทีมอยู่ในยุคนั้น แต่แล้วด้วยความที่ทีมมาดริดนั้น เต็มไปด้วยเหล่าซุปเปอร์สตาร์ อย่างคาริม เบนเซม่า โรนัลโด้ อังเคล ดิมาเรีย หรือแม้แต่ อโวโร่ โมราต้า จึงไม่สามารถทำให้เบียดแย่งพื้นที่ตำแหน่งตัวจริงมาได้ จนสุดท้ายย้ายไปอยู่กับทีมปารีส แซงค์แชแมงค์ แต่ก็อีกน่ะหล่ะ เค้าไม่ประสบความสำเร็จ เลยต้องย้ายอีกครั้งไปอยู่ลาสพามัส ในลาลีก้า และสโต๊ก ในแชมป์เปี้ยนชิพ

คาลัม แชมเบอร์ กองหลังที่ได้รับการจับตามองว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในสมัยค้าแข้งกับทีมเซาแธมป์ตัน จนได้รับโอกาสจาก อาแซน เวนเกอร์ กุนซือของปืนใหญ่ อาร์เซนอลในยุคนั้นซึ่งปีแรกนั้น แชมเบอร์ เล่นได้ดีมาก แต่พอมาปีที่สอง อาร์เซนอล ได้

แบ๊กขวา อย่าง เอคเตอร์ เบยาริน ฉายแววขึ้นมา จนเบียด แชมเบอร์ ลงไปนั่งม้านั่งสำรองได้สนิท 

มาร์ติน โอเรนการ์ด เจ้าหนูจากทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งฉายแวว และโดดเด่นขึ้นมากับทีมอย่าง ฮีเรนวีน ในลีกฮอลแลนด์ จนถึงได้รับการขนานนามว่า นิวเมสซี่ เลยทีเดียว แต่เมื่อเค้าได้ย้ายไปอยู่รีลมาดริด ก็กลายเป็นที่ที่เค้าต้องไปนั่งตัวสำรองเหมือนนักเตะเก่งๆ คนอื่นๆ เพราะถ้าชื่อคุณไม่ได้บิ๊กเนม หรือเก่งแบบเทวดาจริงๆ นั้น คงยากที่จะเบียดซุปเปอร์สตาร์ของ รีลมาดริด ไปได้อย่างแน่นอน

แอนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติบราซิล ซึ่งเคยฉายแวว ถึงขนาดได้รับการยกย่องว่าเป็น นิวโรนัลดินโญ่ จนได้โอกาส จากท่านเซอร์ อเล๊กซ์ เฟอร์กูสัน ดูดเข้าสู่รังผี แต่แล้วก็เหมือนกับ แอนเดอร์สัน ถูกฝังลงไปในหลุมยังไงยังงั้น เพราะตลอด หกปีที่ผ่านมา แอนเดอร์สัน ไม่หลงเหลือความเป็น นิวโรนัลดินโญ่ อีกเลย จนต้องถูกขายทิ้งไปในที่สุด

ปาโก้ อากาเซ่ เด็กปั้นจากสโมสรบาเลนเซีย และเคยติดทีมชาติเสปนชุดใหญ่มาแล้ว แต่เมื่อได้มีโอกาสย้ายไปสู่คัมป์นู  แต่แล้วนั่นเหมือนการดับฝันของ อากาเซ่ เพราะที่นั่นมีทั้ง เมสซี่ ซัวเรซ และเนย์มาร์ จึงทำให้เค้าไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควร และถึงแม้ช่วงที่เนย์มาร์ ได้ย้ายออกไปแล้วนั้น ฟอร์มของเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่หลงเหลืออีกแล้ว

Posted in ข่าวกีฬา

ก่อนเปิดการแข่งขันชิงชัยฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดู 2018 – 2019

สมาพันธ์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ จึงควรลงแข่งขันบอลรายการ เอฟเอคอมมูนิตี้ชิลด์ 2018 ซะก่อน ซึ่งตามข้อตกลงสมาพันธ์ที่กำลังจะได้ร่วมแข่งในรายการนี้ควรจะเป็นสมาพันธ์ที่แข่งอยู่ในลีกของอังกฤษเพียงแค่นั้น โดย 2 สมาคมที่จะลงฟาดลำแข้งกัน จะเป็นสมาคมที่ได้แชมป์รายการ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษในช่วงฤดูกาลปัจจุบัน 1 กลุ่ม แล้วก็ชมรมที่ได้แชมป์รายการ เอฟเอคัพในช่วงฤดูกาลปัจจุบัน อีก 1 กลุ่ม ซึ่งในคราวนี้ สมาพันธ์ที่แชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในช่วงฤดูกาลปัจจุบัน เป็น ชมรมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ ส่วนสมาพันธ์ที่ได้แชมป์รายการ เอฟเอคัพ ในช่วงฤดูกาลปัจจุบัน เป็น ชมรมเชลซี

โดยการแข่งขันชิงชัยบอลรายการ เอฟเอคอมมูนิตี้ชิลด์ 2018 

ได้จัดขึ้นในวันที่ 5 ส.ค. คริสต์ศักราช2018 ณ สนามกีฬาเวมบลีย์ กรุงลอนดอน อังกฤษ เริ่มการแข่งขันชิงชัยในเวลา 14 : 00 น. ตรงเวลาในประเทศอังกฤษ แล้วก็มีการถ่ายทอดสดไปทั้งโลก สมาคมเชลซี เป็นแชมป์รายการ เอฟเอคัพ ฤดู 2017 – 2018 ด้วยการเอาชนะ สมาพันธ์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 – 0 จากจุดลูกโทษของ เอเดน อาซาร์ ในนาทีที่ 22 ตอนวันที่ 19 เดือนพฤษภาคม คริสต์ศักราช2018 ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน อังกฤษ

ส่วนทาง ชมรมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ เป็นแชมป์รายการ พรีเมียร์ ลีก ฤดู 2017 – 2018 ด้วยการผลิตสถิติใหม่ให้กับลีกบอลอังกฤษหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำสกอร์สูงสุดใน 1 ฤดู, การชนะต่อเนื่องกันเยอะที่สุดใน 1 ฤดู, การชนะนอกบ้านเยอะที่สุดใน 1 ฤดู รวมทั้งกระบวนการทำประตูได้มากที่สุดใน 1 ฤดู โน่นทำให้การประลองบอลรายการ คอมมูนิตี้ชิลด์ 2018 ในคราวนี้เป็นการเจอกันของ 2 ยอดเยี่ยมกลุ่มที่เกาะอังกฤษโดยแท้

ชมรมเชลซี ลงไปในสนามพร้อมด้วยการเปิดตัวผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่อย่าง เมาริสิโอ ซาร์รี ส่วน สมาคมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ ก็นำโดยยอดเยี่ยมผู้จัดการทีมฟุตบอลที่สมัยอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งในที่สุดข้างหลังสิ้นเสียงนกหวีดของผู้ตัดสินเมื่อครบ 90 นาที

เปลี่ยนเป็น สมาคมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะรายการนี้ไปครอบครอง จากผลสกอร์ 2 – 0 ซึ่งผู้ทำประตูให้กับกลุ่มก็ไม่ใช่ผู้ใดที่แห่งไหน แม้กระนั้นเป็น เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่ ศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของกลุ่ม ที่เหมาผู้เดียว 2 ประตูในเกมส์นี้ ถือว่าเป็นการเปิดฤดูที่งดงามของ สมาพันธ์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ จริงๆจำเป็นที่จะต้องลงแข่งขันบอลรายการ ซึ่งในตอนนี้ สหพันธรัฐที่แชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลตอนนี้ ลงในสนามและการเปิดตัวผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง ประตูให้กับกรุ๊ปก็ไม่ใช่คนใดกันแน่ที่แหน่งใด การชนะต่อเนื่องกันสูงที่สุด

Posted in ข่าวกีฬา