เคยมีใครรู้บ้างมั้ยว่า สุดยอดนักฟุตบอลระดับโลกก็ต้องมี นักเตะที่เป็นขวัญใจ หรือเป็นแบบอย่างและไอดอลให้กับพวกเค้า ก่อนที่เค้าจะประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ และสำหรับ ลีโอเนล เมสซี่ สุดยอดนักฟุตบอลระดับโลกชาวอาร์เจนติน่า ซึ่งถ้าจะถามว่า เมสซี่ มีใครเป็นต้นแบบนักฟุตบอลของเค้า

หลายคนคงทายว่า ดีเอโก้ มาราโดน่า ซึ่งบอกเลยว่า ผิด!

เพราะเมสซี่ มีขวัญใจและต้นแบบของเค้าคือ ปาโบล ไอมาร์ นั่นเอง โดยนักเตะคนนี้ เป็นนักเตะหมาย 10 ของทีมชาติอาเจนติน่า ในยุคปี 2000 ซึ่งขณะนั้นได้รับสมญาณามว่า นิวมาราโดน่า ซึ่งตัวของเค้าเองนั้นเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งกับสโมสรริเวอร์เพท ตอนอายุ 17 ในบ้านเกิด ซึ่งในขณะนั้นทีมริเวอร์เพท ก็มีนักเตะชื่อดังอย่างกองหน้าชาวชิลี มาร์เซโล่ ซาลาส ร่วมเล่นอยู่ด้วย

ซึ่งยิ่งทำให้เจ้าหนูปาโบล ไอมาร์ มีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดและด้วยทักษะและความสามารถอันยอดเยี่ยมในการเลี้ยงบอล และจ่ายบอลมันเจิดจรัสฉายแสงไปเข้าตายักษ์ใหญ่ในยุโรป ถึงขนาด มาราโดน่า ออกมาพูดว่า นี่คือทายาททางฟุตบอลของเค้าอย่างแท้จริง ก่อนที่จะย้ายข้ามน้ำข้ามทะเลไปแผ่นดินสเปนซึ่งตัวของ ไอมาร์ เองนั้นเกือบที่จะได้ย้ายไปค้าแข้งกับทีมราชันชุดขาว อย่างรีลมาดริดแล้ว

แต่ด้วยยุคนั้น รีลมาดริด คือยุคกาลาติกอส ที่ชอบสะสมและซื้อนักเตะระดับโลกเข้ามาร่วมทีม จึงทำให้ไอมาร์ ไปลงเอยกับทีมบาเลนเซีย ซึ่งถือว่าเป็นสถิติการซื้อของสโมสรบาเลนเซีย ในยุคนั้นเลย และเพียงแค่นัดแรกของการเปิดตัวในศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก กับแมนยูไนเต็ด

ซึ่งเค้าโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม จนถึง โยฮัน ครัฟฟ์ อดีตนักเตะเทวดา ออกปากว่านี่คือนักเตะบังลังค์ดอร์ คนต่อไป ซึ่งคำพูดเหล่านี้ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับ นักเตะอย่างปาโบล ไอมาร์ โดยฤดูกาลต่อมา ไอมาร์ พาทีมผ่านเข้านัดชิงศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้เป็นผลสำเร็จ แต่ก็พลาดท่าพ่ายต่อทีมบาเยริน์ไป

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ไอมาร์ พาทีมบาเลนเซีย ในปีนั้นเถลิงบังลังค์เข้าแชมป์ลาลีกาของเสปนได้ในรอบสามสิบเอ็ดปีเลยทีเดียว ภายใต้การคุมทีมของราฟา เบนิเตซ หลังจากนั้น ปาโปล ไอมาร์ ยังต่อยอดกับบาเลนเซีย ด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าอีกหนึ่งสมัย และแชมป์ลีกอีกหนึ่งสมัย รวมถึงแชมป์ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ อีกหนึ่งสมัย และนี่คือ นักเตะไอดอล ของลีโอเนล เมสซี่

Posted in นักฟุตบอล

นักเตะหลายๆคนที่มีโอกาสได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ของสโมสร หรือได้มีโอกาสได้ไปเล่นกับสโมสรใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลายคนเมื่อได้รับโอกาสก็สามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้

แต่อีกหลายคนเมื่อได้รับโอกาส ก็ไม่สามารถคว้าหรือเก็บรักษามาไว้ได้ เราลองมาดูกันว่ามีนักเตะคนไหนบ้างที่ไม่สามารถคว้าโอกาสนั้นได้

เคเซ่ โรวดิเกซ ซึ่งโดดเด่นมากในชุดเยาวชนก็ทีมราชันชุดขาวอย่างรีลมาดริด ในตำแหน่งกองหน้า จนได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ ในช่วงที่ คาร์โล อันเชลอตติ คุมทีมอยู่ในยุคนั้น แต่แล้วด้วยความที่ทีมมาดริดนั้น เต็มไปด้วยเหล่าซุปเปอร์สตาร์ อย่างคาริม เบนเซม่า โรนัลโด้ อังเคล ดิมาเรีย หรือแม้แต่ อโวโร่ โมราต้า จึงไม่สามารถทำให้เบียดแย่งพื้นที่ตำแหน่งตัวจริงมาได้ จนสุดท้ายย้ายไปอยู่กับทีมปารีส แซงค์แชแมงค์ แต่ก็อีกน่ะหล่ะ เค้าไม่ประสบความสำเร็จ เลยต้องย้ายอีกครั้งไปอยู่ลาสพามัส ในลาลีก้า และสโต๊ก ในแชมป์เปี้ยนชิพ

คาลัม แชมเบอร์ กองหลังที่ได้รับการจับตามองว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในสมัยค้าแข้งกับทีมเซาแธมป์ตัน จนได้รับโอกาสจาก อาแซน เวนเกอร์ กุนซือของปืนใหญ่ อาร์เซนอลในยุคนั้นซึ่งปีแรกนั้น แชมเบอร์ เล่นได้ดีมาก แต่พอมาปีที่สอง อาร์เซนอล ได้

แบ๊กขวา อย่าง เอคเตอร์ เบยาริน ฉายแววขึ้นมา จนเบียด แชมเบอร์ ลงไปนั่งม้านั่งสำรองได้สนิท 

มาร์ติน โอเรนการ์ด เจ้าหนูจากทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งฉายแวว และโดดเด่นขึ้นมากับทีมอย่าง ฮีเรนวีน ในลีกฮอลแลนด์ จนถึงได้รับการขนานนามว่า นิวเมสซี่ เลยทีเดียว แต่เมื่อเค้าได้ย้ายไปอยู่รีลมาดริด ก็กลายเป็นที่ที่เค้าต้องไปนั่งตัวสำรองเหมือนนักเตะเก่งๆ คนอื่นๆ เพราะถ้าชื่อคุณไม่ได้บิ๊กเนม หรือเก่งแบบเทวดาจริงๆ นั้น คงยากที่จะเบียดซุปเปอร์สตาร์ของ รีลมาดริด ไปได้อย่างแน่นอน

แอนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติบราซิล ซึ่งเคยฉายแวว ถึงขนาดได้รับการยกย่องว่าเป็น นิวโรนัลดินโญ่ จนได้โอกาส จากท่านเซอร์ อเล๊กซ์ เฟอร์กูสัน ดูดเข้าสู่รังผี แต่แล้วก็เหมือนกับ แอนเดอร์สัน ถูกฝังลงไปในหลุมยังไงยังงั้น เพราะตลอด หกปีที่ผ่านมา แอนเดอร์สัน ไม่หลงเหลือความเป็น นิวโรนัลดินโญ่ อีกเลย จนต้องถูกขายทิ้งไปในที่สุด

ปาโก้ อากาเซ่ เด็กปั้นจากสโมสรบาเลนเซีย และเคยติดทีมชาติเสปนชุดใหญ่มาแล้ว แต่เมื่อได้มีโอกาสย้ายไปสู่คัมป์นู  แต่แล้วนั่นเหมือนการดับฝันของ อากาเซ่ เพราะที่นั่นมีทั้ง เมสซี่ ซัวเรซ และเนย์มาร์ จึงทำให้เค้าไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควร และถึงแม้ช่วงที่เนย์มาร์ ได้ย้ายออกไปแล้วนั้น ฟอร์มของเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่หลงเหลืออีกแล้ว

Posted in ข่าวกีฬา

โลกฟุตบอลใบนี้ มักมีอะไรที่บางครั้งเหมือนมองไม่ยุติธรรม ต่อให้คุณเล่นเก่งแค่ไหน แต่บางครั้งถ้าคุณไม่ใช่ผู้ทำประตู คุณอาจจะไม่ดังก็ได้ หรือบางทีส่วนร่วมทั้งเกมไม่มีเลย

แต่หากคุณได้ยิงประตูชัยให้กับทีม คุณอาจจะกลายเป็นดาราและดาวดวงเด่นที่ดังข้ามคืน ซึ่งโลกแห่งความจริงนี้ มีนักฟุตบอลคนไหนที่เป็นอย่างนี้บาง

คนแรกคือ มาร์กอส อลอนโซ่ แบ๊กซ้ายจอมยิงประตูของทีมเชลซี และสามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์มาได้มากมาย แต่กับทีมชาติเสปนมันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมาร์กอส อลอนโซ่ เองแทบจะไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้จัดการทีมชาติเสปนเลย 

เอมิล ฟอร์ซ์เบริก์ ชื่อนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับแฟนบอลหนัก แต่จริงๆ แล้วเค้าคนนี้เป็นแกนหลักของทีมไลป์ซิก และทีมชาติสวีเดนเลย เพราะตัวเค้าถือว่าเป็นแกนหลักของทีมไลป์ซิก ทั้งยิงทั้งจ่าย ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่โดดเด่นมาก แต่ไม่มีใครพูดถึง อาจจะเพราะไปเล่นอยู่กับทีมที่ไม่ได้ใหญ่อย่างบาเยิรน์ หรือดอร์ทมุน ส่วนในทีมชาตินั้น ตั้งแต่หมดยุคของ สลาตัน อิบราโมวิช ก็มีเค้านี้แหล่ะ ที่คอยแบกรับทีมอยู่ต่อมา

เอดิน เชโก้ นักเตะที่มีเหมือนเป็นซุปเปอร์ซับ ของทีมแมนซิตี้ ซึ่งต้องบอกว่าเค้าเป็นนักเตะที่เก่งเอามากๆ เพราะเมื่อเวลาที่ได้มีโอกาสลงสนามเมื่อไหร่ เค้ามักจะยิงประตูได้เสมอ แต่ด้วยความที่ แมนซิตี้ นั้น มี อเกวโร่กุนอยู่แล้วนั้น จึงทำให้ เชโก้ มักจะอยู่ใต้ร่มเงาของกุนตลอดเวลา

แคสเปอร์ ชไมเคิล คนนี้คือทายาทของอดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมัน ต้องบอกเลยว่า แคสเปอร์ ชไมเคิล มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากกับการพาทีมเลสเตอร์คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ของสโมสร แต่ด้วยความที่พ่อของแคสเปอร์ อย่างปีเตอร์ชไมเคิ่ล นั้นได้สร้างตำนานและโชว์ความสามารถกับทีมแมนยูไว้ได้อย่างมากมาย จึงทำให้ความสามารถของแคสเปอร์นั้น ไม่โดดเด่นเท่ากับผู้เป็นพ่อของเค้า

คาเซมิโร่ กองกลางผู้ปิดทองหลังพระของทีมราชันชุดขาวอย่างรีลมาดริด และทีมชาติบราซิล อย่างที่บอกในตอนต้นหากคุณไม่ได้เป็นผู้ยิงประตู หรือมีส่วนสำคัญในการทำประตู ตำแหน่งกองกลางตัวรับนี่แหละที่มักจะถูกลืม แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น คาเซมิโร่ คือกองกลางที่มีประโยชน์มากในทีมชุดขาวและทีมแซมบ้า ในยุคนี้

มารูยาน เฟไลนี่ อดีตนักเตะแมนยูไนเต็ด ที่ตอนนี้ออกไปหากินเงินหยวนที่สโมสรในลีกของประเทศจีน เป็นที่เรียบร้อย และด้วยตำแหน่งกองกลางตัวรับ มารูยาน เฟไลนี่ ก็ทำให้ได้เป็นผู้ปิดทองหลังพระในทีมแมนยูและทีมชาติเบลเยี่ยมเหมือน คาเซมิโร่ นี่เอง

Posted in นักฟุตบอล

หากพูดถึงชื่อนักเตะฟุตบอล ในตำแหน่งกองหลังที่เก่งๆ

นั้นคงมีอยู่มากมาย แต่ถ้าถามว่าแล้วที่เป็นสัญชาติอังกฤษหล่ะมีใครบ้าง หลายๆคน คงนึกไม่ค่อยออก เพราะกองหลังอังกฤษเก่งๆ นั้นค่อนข้างหายาก หลังจากหมดยุคของ โทนี่ อดัมส์ หรือ สตีฟ บรูซ แล้ว แต่ก็นั่นแหล่ะ ฟ้าไม่สิ้นคนดีหรือคนเก่ง สุดท้ายนักเตะอังกฤษ ในตำแหน่งกองหลังก็มีขึ้นมา นั่นก็คือ 

ริโอ เฟอร์ดินานด์ สุดยอดกองหลังระดับตำนานอีกหนึ่งคนของสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ซึ่งใครจะเชื่อว่าก่อนที่เค้าจะมาเป็นนักเตะระดับนี้ ตัวริโอ เองนั้น เคยรับค่าแรงต่ำสุดอยู่ที่ ยี่สิบเก้าปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ด้วยความสามารถของเค้า เค้าก็ผลักดันตัวเองให้ก้าวเข้ามาอยู่ในระดับแนวหน้าได้ ซึ่งกว่าที่เค้าจะมาถึงจุดนี้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ต้องเผชิญความยากลำบาก ด้วยต้นทุนชีวิต ที่ไม่มากนัก เพราะพื้นฐานครอบครัวของเค้าไม่ได้ร่ำรวย แต่ด้วยจุดนี้เอง ทำให้เค้ามีความพยายามและตั้งใจฝึกฝนตัวเองกับฟุตบอล

ด้วยความที่เป็นเยาวชนได้มีโอกาสเล่นที่เวสแฮมต์ จนได้ติดชุดเยาวชนทีมชาติอังกฤษ ซึ่งนั่นทำให้เค้ามีความหวังที่จะทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้น จนอายุสิบเจ็ดปี เค้าได้ลงสนามเป็นตัวจริงกับเวส แฮมต์ และเค้าได้พิสูจน์ตัวเอง จนอายุสิบเก้าปี เค้าติดทีมชาติอังกฤษ จนไปเข้าตาแมวมองของทีมลีดส์ และเริ่มสามารถชื่อตัวเองกับทีม ยุคเด็กนรก ของลีดส์ ในยุคนั้นได้ ด้วยความที่ลีดส์

ยุคนั้นภายใต้การคุมทีม ของเดวิด โอเลี่ยรี่ ได้รวมสุดยอดดาวรุ่งไว้มากมาย อย่าง แฮรี่ คีเวลล์ รอบบี้ คีน ลีโบว์เยอร์ มาร์ค วิดูก้า โจนาธาน วู้ดเกต รวมถึงตัวเค้า ริโอ เฟอร์ดินาน ทำให้ทีมลีดส์ยุคนั้น ถูกตั้งฉายา ว่าเป็นทีมเด็กนรก เพราะด้วยผลงานที่สุดยอดของลีดส์ยุคนั้น ที่สามารถต่อกรกับทีมระดับหัวแถว อย่างแมนยู อาร์เซนอล หรือลิเวอร์พูลได้นั้น ทำให้ท่านเซอร์ อเล็กเฟอร์กูสัน ไม่รอช้า ดึงดาวรุ่งกองหลังคนนี้ เข้ามาสู่โรงละครแห่งความฝัน และที่นี่ คือที่ที่ ทำให้ ริโอ เฟอร์ดินาน เป็นสุดยอดกองหลังระดับตำนานของแมนยู

และทีมชาติอังกฤษอย่างแท้จริง เพราะเค้าสามารถพาทีมแมนยูเค้าแชมป์อย่างมากมาย โดยมีคู่หูระดับโลกที่เค้าร่วมเล่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น ยาป สตัม หรือเนมันย่า วิดิช ซึ่งทำให้เค้ายกระดับตัวเค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในทีมชาติอังกฤษ เค้ายังเป็นสุดยอดเซ็นเตอร์แบ๊ก ที่ยืนปักหลักคู่กับ จอหน์ เทอรี่ รับใช้ สิงโต คำรามอย่างยาวนานเกือบสิบปี ซึ่งจะหานักเตะกองหลังที่เก่งได้ยากในยุคนี้ คงไม่ได้หาง่ายๆ อีกแล้ว

Posted in นักเตะชื่อดัง

ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ มูลค่านักเตะในตลาดฟุตบอล ก็ยิ่งมีมูลค่าทวีคูณสูงขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นสมัยก่อนนั้น การย้ายทีมแต่ละครั้งมีมูลค่ากันแค่ หลักล้านปอนด์ ก็ถือว่า นักเตะคนนั้นถือว่าเก่งมากๆ แล้วในยุคนั้น แต่ยุคนี้ต้องมีเกือบร้อยล้านปอนด์ แค่นักเตะระดับธรรมดา ยังต้องมีมากกว่า สิบถึงยี่สิบล้านปอนด์ ถึงจะซื้อได้ เราลองมาดูกันว่า เวลานี้ใครมีค่าตัวที่แพงติดอันดับโลกกันบ้างในสิบอันดับแรก โดยทำการคิดค่าเฉลี่ยจากอายุเป็นหลัก

อันดับสิบ เลาตาโร่ มาติเนซ  นักเตะอาร์เจนไตน์ อายุเพียงแค่ 22 ปี เป็นนักเตะของอินเตอร์ มิลาน ซึ่งจากฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้ ที่ช่วยให้ทีมงูใหญ่ ขึ้นมาเบียดแชมป์กับ ยูเวนตุสได้อย่างเต็มตัว

อันดับเก้า อองตวน กริ้นส์มัน จากอดีตนักเตะแอตลิโกมาดริด กลายมาเป็นนักเตะบาร์เซโลน่า จนกลายเป็นสามแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดในลาลีกา

อันดับแปด ลีเนลโอ เมสซี่ ไม่ต้องตกใจว่าทำเมสซี ถึงอยู่อันดับแปด นั่นก็เพราะเป็นเรื่องของอายุที่แตะหลัก 32 ปี แล้ว 

อันดับเจ็ด มาร์คัส แรสฟอร์ด ด้วยอายุเพียง 22 ปี และความที่เค้ามากพรสวรรค์ จากการยิงประตู ทำให้เค้าเป็นที่น่าจับตามองว่าจะเป็นดาวรุ่งอนาคตไกล

อันดับหก แฮรี่ เคน ดาวยิงอันดับหนึ่งของทีมชาติอังกฤษ และสโมสรท็อตแน่ม ฮอตเสปอร์

อันห้า ซาดิโอ มาเน่ จากลิเวอร์พูล ซึ่งนักเตะคนนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ ปีที่แล้ว และยังมีโอกาสที่จะช่วยให้ หงส์แดง คว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ ครั้งแรกสักที

อันดับสี่ เจดอน ซานโช่ อดีตนักเตะฝึกหัดของแมนซิตี้ และตัดสินใจย้ายไปดอร์ทมุน จนกลายเป็นนักเตะที่น่าจับตามองและเป็นที่หมายปองของบรรดายักษ์ยุโรป และด้วยความที่อายุ สิบเก้าปี เค้ายังมีโอกาสที่จะพัฒนาฝีเท้าอีกมาก

อันดับสาม โมฮัมเหม็ด ซาล่า ของรักของหวงของเจอร์เก้น คล็อป กับผลงานดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก สองฤดูกาล ซึ่งเค้ามีส่วนสำคัญ และมีโอกาสที่จะเป็นนักเตะชุดประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล ที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ ครั้งแรกได้สักที

อันดับสอง ราฮิม สเตอร์ลิ่ง ซึ่งนักเตะคนนี้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด หลังจากการย้ายจากลิเวอร์พูลไปแมนซิตี้ กับผลงานที่ยิงเกินยี่สิบลูก ทุกฤดูกาล และยังเล่นได้ดี และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษ อีกด้วย

อันดับหนึ่ง เอมปัปเป้ ซึ่งสื่อต่างประเทศเชื่อว่า เค้าจะก้าวขึ้นมาแทนที่ เมสซี่ และโรนัลโด้ ด้วยความที่เค้ายังเด็ก และเล่นอยู่กับยอดทีมฝรั่งเศสอย่างปารีส แซงแชร์แมง และยังมีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปีล่าสุดกับ ทีมชาติฝรั่งเศส ด้วยซ้ำ

Posted in นักเตะชื่อดัง

ก่อนเปิดการแข่งขันชิงชัยฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดู 2018 – 2019

สมาพันธ์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ จึงควรลงแข่งขันบอลรายการ เอฟเอคอมมูนิตี้ชิลด์ 2018 ซะก่อน ซึ่งตามข้อตกลงสมาพันธ์ที่กำลังจะได้ร่วมแข่งในรายการนี้ควรจะเป็นสมาพันธ์ที่แข่งอยู่ในลีกของอังกฤษเพียงแค่นั้น โดย 2 สมาคมที่จะลงฟาดลำแข้งกัน จะเป็นสมาคมที่ได้แชมป์รายการ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษในช่วงฤดูกาลปัจจุบัน 1 กลุ่ม แล้วก็ชมรมที่ได้แชมป์รายการ เอฟเอคัพในช่วงฤดูกาลปัจจุบัน อีก 1 กลุ่ม ซึ่งในคราวนี้ สมาพันธ์ที่แชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในช่วงฤดูกาลปัจจุบัน เป็น ชมรมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ ส่วนสมาพันธ์ที่ได้แชมป์รายการ เอฟเอคัพ ในช่วงฤดูกาลปัจจุบัน เป็น ชมรมเชลซี

โดยการแข่งขันชิงชัยบอลรายการ เอฟเอคอมมูนิตี้ชิลด์ 2018 

ได้จัดขึ้นในวันที่ 5 ส.ค. คริสต์ศักราช2018 ณ สนามกีฬาเวมบลีย์ กรุงลอนดอน อังกฤษ เริ่มการแข่งขันชิงชัยในเวลา 14 : 00 น. ตรงเวลาในประเทศอังกฤษ แล้วก็มีการถ่ายทอดสดไปทั้งโลก สมาคมเชลซี เป็นแชมป์รายการ เอฟเอคัพ ฤดู 2017 – 2018 ด้วยการเอาชนะ สมาพันธ์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 – 0 จากจุดลูกโทษของ เอเดน อาซาร์ ในนาทีที่ 22 ตอนวันที่ 19 เดือนพฤษภาคม คริสต์ศักราช2018 ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน อังกฤษ

ส่วนทาง ชมรมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ เป็นแชมป์รายการ พรีเมียร์ ลีก ฤดู 2017 – 2018 ด้วยการผลิตสถิติใหม่ให้กับลีกบอลอังกฤษหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำสกอร์สูงสุดใน 1 ฤดู, การชนะต่อเนื่องกันเยอะที่สุดใน 1 ฤดู, การชนะนอกบ้านเยอะที่สุดใน 1 ฤดู รวมทั้งกระบวนการทำประตูได้มากที่สุดใน 1 ฤดู โน่นทำให้การประลองบอลรายการ คอมมูนิตี้ชิลด์ 2018 ในคราวนี้เป็นการเจอกันของ 2 ยอดเยี่ยมกลุ่มที่เกาะอังกฤษโดยแท้

ชมรมเชลซี ลงไปในสนามพร้อมด้วยการเปิดตัวผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่อย่าง เมาริสิโอ ซาร์รี ส่วน สมาคมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ ก็นำโดยยอดเยี่ยมผู้จัดการทีมฟุตบอลที่สมัยอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งในที่สุดข้างหลังสิ้นเสียงนกหวีดของผู้ตัดสินเมื่อครบ 90 นาที

เปลี่ยนเป็น สมาคมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะรายการนี้ไปครอบครอง จากผลสกอร์ 2 – 0 ซึ่งผู้ทำประตูให้กับกลุ่มก็ไม่ใช่ผู้ใดที่แห่งไหน แม้กระนั้นเป็น เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่ ศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของกลุ่ม ที่เหมาผู้เดียว 2 ประตูในเกมส์นี้ ถือว่าเป็นการเปิดฤดูที่งดงามของ สมาพันธ์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอลคลับ จริงๆจำเป็นที่จะต้องลงแข่งขันบอลรายการ ซึ่งในตอนนี้ สหพันธรัฐที่แชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลตอนนี้ ลงในสนามและการเปิดตัวผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง ประตูให้กับกรุ๊ปก็ไม่ใช่คนใดกันแน่ที่แหน่งใด การชนะต่อเนื่องกันสูงที่สุด

Posted in ข่าวกีฬา