ในโลกของวงการฟุตบอลนั้น มีมากมายที่เมื่อเราเห็นนักฟุตบอลหลายคน เมื่อถึงเวลาที่ต้องย้ายทีมไปเล่นสโมสรใหม่นั้น มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว เพราะแต่ละทีม แต่ละฤดูกาลเมื่อถึงเวลาก็ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายนักเตะเพื่อหมุนเวียนให้มีความสมดุลในระบบการเล่นภายในทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กหรือทีมใหญ่

แม้ขนาดทีมที่มีนักเตะเก่งๆมากมายอย่างสโมสรเชลซีนั้น ก็ยังต้องมีการขายนักเตะออกไปเพื่อได้เงินมาซื้อนักเตะใหม่เพื่อความสมดุล ซึ่งเรามาลองไล่ดูกันว่านักเตะที่ย้ายออกจากสโมสรเดิมนั้น แล้วไปได้ไกลกว่าปัจจุบันนั้น มีใครกันบ้าง

นาธาน อาเก้  ครั้งหนึ่งที่นักเตะคนนี้กลายเป็นเหมือนส่วนเกินของสโมสรเชลซี ก่อนที่จะเก็บข้าวของย้ายไปเล่นให้ทีมบอร์นมัธ ซึ่งกลายเป็นว่านักเตะคนนี้ได้พิสูจน์ตัวเองว่า เค้าดีพอที่จะเป็นกองหลังระดับตำนานให้กับสโมสรได้ เพราะด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและแข็งแกร่ง จนถึงขนาดครั้งหนึ่งทางสโมสรเชลซี ต้องเรียกเค้ากลับมารับใช้ในช่วงที่เป็นตัวยืมให้กับสโมสรอื่นด้วยซ้ำ

แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กับครั้งหนึ่งที่ทนทุกข์ทรมานกับสโมสรแห่งนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจอำลำทีมไป เพราะไม่สามารถเบียดตำแหน่งกับ ดิดิเยอร์ ดรอกบ้า ได้ ก่อนที่จะย้ายไปได้ดิบได้ดีกับลิเวอร์พูล ในสมัยที่ยังเป็น S&S คือซัวเรซ กับสเตอร์ริจ ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นช่วงขาขึ้นของเค้าเลย แต่เพราะอาการบาดเจ็บที่รบกวนนักเตะคนนี้บ่อย จึงทำให้ฟอร์มไปไม่ถึงขั้นสุดซะที

มาริโอ ปาซาริช นักเตะที่ถูกลืมของเชลซี เพราะตั้งแต่ย้ายมาที่นี่เมื่อปี 2014 เค้าก็ยังไม่เคยได้ลงเล่นชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว เพราะตัวเค้าไม่เคยอยู่ในสายตาของอดีตกุนซือ อย่างโฆเซ่ มูรินโญ่ เลย จนทุกวันนี้ได้ย้ายไปเล่นโลดแล่นอยู่ที่อิตาลี กับทีมอตาลันต้า ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา แถมยังเป็นกำลังสำคัญที่ยกระดับของทีมในช่วง สองสามปีหลังนี้ให้ได้มีโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปด้วยซ้ำ

โรเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าร่างยักษ์ ที่เคยมีฟอร์มตกอับกับเชลซี ก่อนที่จะย้ายไปเป็นพระเอกที่สโมสรเอฟเวอร์ตัน จนกลายเป็นที่หมายปองของสโมสรใหญ่ ๆ ก่อนที่นักเตะคนนี้จะถูกกระชากไปร่วมลงหลุมกลับผีแดง ก่อนที่จะไปเกิดใหม่เป็นงูในปัจจุบัน

ซึ่งหากมองกันจริงๆแล้ว นักเตะที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่อาจจะเพราะเค้าอยู่ผิดที่ผิดเวลา ในช่วงที่สโมสรต่างเล็งเป้าไปกับนักเตะบิ๊กเนม จนลืมไปว่า เพชรในโคลนตมก็ยังมีอยู่

Posted in นักฟุตบอล

  เป็นที่ทราบกันดีว่าตอนนี้ทั่วโลกกำลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งการแพร่ระบาดนั้นมักจะติดกันได้ง่ายในบริเวณที่มีประชาชนอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นและหนึ่งในนั้นก็คือสนามฟุตบอลที่ชาวต่างประเทศมักจะนิยมไปชมการแข่งขันฟุตบอลถึงที่สนามและแต่ละเกณฑ์การแข่งขันนั้นเรามักจะเห็นว่าประชาชนจะหนาแน่น

เพราะต้องการที่จะไปเชียร์ทีมที่ตนเองรักนั่นเองและด้วยเหตุนี้เองปัจจุบันจึงได้มีการเลื่อนการแข่งขันฟุตบอลออกไปอย่างไม่มีกำหนดซึ่งบางลีกก็มีการกำหนดเอาไว้ว่าจะมีการแข่งขันกันภายในต้นเดือนเมษายนแต่ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นไปได้เนื่องจากว่าปัจจุบันประเทศทางแถบยุโรปและอเมริกายังพบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่ามันค่อนข้างสูง

และหลายประเทศยังมีนโยบายการปิดประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona กันอยู่จากการสำรวจและการให้ข้อมูลของคุณหมอเอวาซึ่งเป็นอดีตคุณหมอที่ดูแลทีมฟุตบอลของเชลซีได้มีการออกมาระบุว่าช่วงนี้จำเป็นที่จะต้องให้นักเตะหยุดทำการแข่งขันกันก่อนเนื่องจากนักฟุตบอลส่วนใหญ่ที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพจะมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว

เนื่องจากการเดินทางที่ต้องตระเวนไปแข่งตามประเทศต่างๆรวมถึงต้องถูกซ้อมยังหนักอยู่เป็นประจำส่งผลให้นักฟุตบอลทุกคนที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพมีร่างกายที่อ่อนแอมีโอกาสเสี่ยงอย่างมากที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งปัจจุบันมีนักฟุตบอลหลายคนที่ได้รับการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการรักษาตัว

    ไม่น่าเชื่อว่าการออกกำลังกายอย่างการเล่นฟุตบอลจะทำให้นักฟุตบอลมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงแต่เมื่อเราได้รู้เหตุผลก็ทำให้รู้ได้ว่าการที่นักฟุตบอลวิ่งเตะฟุตบอลในสนามฟุตบอลนั้นใช่ว่าเขาจะแข็งแรงเพราะบุคคลเหล่านี้จะต้องมีการฝึกซ้อมการเตะฟุตบอลเป็นประจำทุกวันอีกทั้งยังต้องพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการนอนพักผ่อนที่ไม่เพียงพอรวมถึงการเดินทางไกลต่างๆ

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คืออุปสรรคของการที่จะทำให้ร่างกายของตนเองแข็งแรงดังนั้นเมื่อร่างกายอ่อนแอก็มีโอกาสที่เชื้อไวรัสมรณะจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ดังนั้นในช่วงนี้ทางทีมสโมสรฟุตบอลส่วนใหญ่จึงต้องดูแลนักฟุตบอลของตนเองด้วยการหยุดซ้อมรวมถึงหยุดการแข่งขันไปก่อนจนกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าจะสิ้นสุดลง

ถึงจะมีการพิจารณา ให้นักฟุตบอลกลับมาแข่งขันกันใหม่อีกครั้งหนึ่งเพราะชีวิตของนักฟุตบอลและชีวิตของแฟนบอลสำคัญเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว

Posted in ข่าวกีฬา

   เว็บไซต์ของ transfermarkt  มีข้อมูลที่อัพเดตแล้วเกี่ยวกับ การคำนวนค่าตัวของนักเตะจำนวนทั้งสิ้น 10 คนด้วยกัน ในจำนวน 5 หลีกดังของฝั่งทางยุโรป ว่าจะมีใครที่เป็นักเตะที่มีค่าตัวที่แพงที่สุดบ้าง

โดยหลักการคิดคำนวนนั้นจะดูจากผลงานในการลงเตะบอลแต่ละครั้งของนักฟุตบอลแต่ละคน รวมถึงข้อมูลที่ว่านักเตะคนดังกล่าวเป็นนักเตะของสโมสรใด และอยู่ทีมชาติอะไร มีอายุอยู่ที่เท่าไหร่ และมีกา่รเซ็นสัญญากับทางต้นสังกัดทีมสโมสรนานแค่ไหน กี่ปี 

        ซึ่งจากการสรุปข้อมูลดังกล่าวออกมาแล้วพบว่า นักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกอยู่ในขณะนี้คือ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้  ซึ่งเป็นนักเตะของทีมชาติฝรั่งเศส โดย คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ได้รับค่าตัวสูงมากถึง สองร้อยล้านยูโรเลยที่เดียว และนักเตะที่มีรายได้สูงตามมาติดติดต่อจาก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้  ก็คือ ราฮีม สเตอร์ลิง กับ เนย์มาร์ ซึ่งทั้งสองนักเตะคนดังนี้

ได้รับค่าตัวสูงเท่ากันซึ่งสูงถึง หนึ่งร้อยหกสิบล้านยูโร ด้วยกัน โดยสเตอร์ลิง ถือว่าเป็นนักเตะฝีเท้าเยี่ยมของทางฝั่ง แมนซิตี้ ส่วนางเนย์มาร์ เองนั้นก็เปรียบเป็นดั่งหัวหแกของ เปแอสเซ    และในขณะที่ดาวยิงคู้หูของทีมลิเวอร์พูลนั้นคว้าอันดับที่ 4 และอันดับที่ 5 ตามลำดับ โดยอันดับสี่ต้องยกให้กับ ซาดิโอ มาเน่ และอันดับห้าคือ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ซึ่

งทั้งสองคนนี้ได้รับค่าตัวเท่ากันคือ หนึ่งร้อยห้าสิบล้านยูโร ส่วนใครก็ตามที่ชื่นชอบนักเตะคนดังอย่าง ลิโอเนล  เมสซี่ นักเตะฝีเท้าเยี่ยมกองหน้าของทีม บาร์เซโลนาแล้วละก็ พ่อหนุ่มคนนี้คว้าอันดับที่แปด สำหรับนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ด้วยราคาสูงถึง หนึ่งร้อยสี่สิบล้านยูโร และเป็นที่น่าเสียดายสำหรับนักเตะคนดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่หลุดโผไม่ติดอันดับหนึ่งในสิบอันดับที่จัดนี้เลย    

รายงานอันดับนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สูดในโลก

  1.   อ็องตวน กรีซมันน์ นักเตะหนุ่มวัย 28 ปี ที่ทางบาร์เซโลนา เพิ่มซื้อตัวมาจาก แอตเลติโก เป็นเงินสูงถึงหนึ่งร้อยยี่สิบยูโร เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งผ่านมานี่เอง

9  เจดอน ซานโช่  เป็นนักเตะวัยแค่เพียง 19 ปีแต่ได้ค่าตัวสูงถึง หนึ่งร้อยสามสิบล้านยูโร ถือได้ว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอยู่ในขณะนี้ของทีมดอร์ทมูนด์

  1. ลิโอเนล เมสซี่ มูลค่าสำหรับค่า่ตัวของเขาสูงถึง หนึ่งร้อยสี่สิบล้านยูโรและสัญญาที่เขาได้เซ็นเอาไว้กับทางทีมบาร์ซ่ากำลังใกล้จะหมดลงแล้ว ต้องรอดูว่าค่าตัวของเขาจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่

7.เควิน เดอ บรอยน์  มีมูลค่าของค่า่ตัวอยู่ที่ หนึ่งร้อยห้าสิบล้านยูโร

  1. แฮร์รี่ เคน  สำหรับนักเตะคนนี้ถือว่าเป็นดาวยิงที่เก่งกาจอย่างมากตอนนี้ค่าตัวของเขาอยู่ที่ หนึ่งร้อยห้าสิบล้านยูโร
  2. โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ค่าตัวอยู่ที่หนึ่งร้อยห้าสิบล้านยูโร
  3. ซาดิโอ มาเน่  คู่หูของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์  และมีค่าตัวเท่ากันคือ หนึ่งร้อยห้าสิบล้านยูโร
  4. เนย์มาร์  สำหรับนักเตะคนนี้เคยมีค่าตัวขึ้นไปถึงอันดับที่หนึ่งมาแล้วและตอนนี้ตกลงมาที่อันดับสามด้วยค่าตัว หนึ่งร้อยหกสิบล้านยูโร
  5. ราฮีม สเตอร์ลิง  สำหรับนักเตะคนนี้กำลังเป็นที่จับตามมองอย่างมาก ค่าตัวก็ไม่ธรรมดา  หนึ่งร้อยหกสิบล้านยูโร
  6. คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ครองอันดับที่หนึ่งด้วยค่าตัว สองร้อยล้านยูโร
Posted in นักเตะชื่อดัง

มีซื้อก็ต้องมีขาย เพื่อความสมดุลของการเงินในสโมสรฟุตบอลยุคปัจจุบัน เพราะถ้าซื้ออย่างเดียวและไม่ปล่อยขายนักเตะออกไปเลย งานนี้คงมีเจ๊งกันบ้าง เพราะการที่จะมาแบกรับค่าเหนื่อยนักเตะในแต่ละสัปดาห์โดยที่ไม่ได้ใช้งานเลยนั้น ก็คงจะเป็นการบริหารสโมสรที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เช่นเดียวกันกับสโมสรแมนยูไนเต็ด ที่ต้องมีการปล่อยระบายนักเตะออกจากสโมสรเช่นกัน

เพราะในช่วงตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคม ก็ลงทุนไปเยอะกับนักเตะโปรตุเกส อย่างบูรโน่ แฟร์นันเดส แต่ก็ถือว่าคุ้มทีเดียว เพราะซื้อมานั้นแล้วทำผลงานฉุดกระชากจากผีลงหลุมให้ขึ้นมาเป็นผีหลอกหลอนชาวบ้านจนได้ คราวนี้เรามาลองดูกันว่า นักเตะที่จะต้องโดนปล่อยออกในช่วงตลาดซัมเมอร์นั้น จะมีใครกันบ้าง

ฟิล โจนส์ หมดเวลากับแมนยูแล้ว หลังจากที่ได้รับโอกาสมากมายตลอดเวลาจากกุนซือคนปัจจุบันและคนก่อนๆ แต่กองหลังคนนี้ก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้สักที อาจจะด้วยปัญหาการบาดเจ็บที่เค้าไม่สามารถสลัดออกมันได้สักที จึงเป็นอีกเหตุผลที่เค้าก็ไม่เคยโชว์ฟอร์มสุดยอดยออกมาได้อย่างที่ทุกคนหวังสักทีเหมือนกัน และจากข่าวล่าสุดว่า ทีมสาลิกาดง นั้นมีความสนใจอยากได้ตัวนักเตะคนนี้ไปร่วมทีม ก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ทัพผีแดงจะปล่อยนักเตะคนนี้ไปเพื่อให้ได้เงินไปซื้อคนอื่นต่อ

มาร์กอส โรโฮ แบ๊กซ้ายทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่เวลานี้ถูกปล่อยยืมตัวกลับไปเล่นที่สโมสรบ้านเกิดแล้ว และคาดการณ์กันว่า หากหมดสัญญายืมตัวเมื่อไหร่ เค้ากลับมาแมนยู ก็คงไม่มีที่ว่างสำหรับนักเตะคนนี้แล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า เค้าน่าจะเป็นนักเตะที่ถูกขายออกไปอย่างแน่นอน

อเล๊กซิส ซานเชส นักเตะตัวรุกทีมชาติชิลี ซึ่งต้องบอกว่าเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรงที่ซื้อนักเตะคนนี้เข้ามาร่วมทีม เพราะตั้งแต่ซื้อมาแทบไม่ได้เล่นเลย และมีค่าเหนื่อยแพงที่สุดในสโมสร ปัจจุบันต้องปล่อยให้ทีมอินเตอร์มิลาน จากอิตาลี ยืมตัวไปเล่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะ ซึ่งตอนนี้ทางทัพผีแดง กำลังหาทางปล่อยตัวขายเค้าให้กับทีมอื่นอยู่

เจซี่ ลินการ์ด อดีตลูกรักของโซลชา แต่ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นและหลงระเริง จนทำให้ฟอร์มของนักเตะคนนี้ขาดความพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูแล้วโอกาสที่นักเตะคนนี้จะโดนปล่อยออกไป ด้วยสัญญาที่ใกล้จะหมด ซึ่งหากปล่อยตัวช้ากว่านี้ อาจจะไม่ได้เงินเลยก็ได้ 

Posted in ข่าวกีฬา

หลังจากที่ตามหากันจนเจอ กับตำแหน่งที่ลงตัวและเหมือนเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของทีมแมนยูในฤดูกาลนี้ ที่หลังจากได้ตัวนักเตะคนนี้มา แมนยูของโซลชา เปลี่ยนจากผีที่ลงหลุมไปแล้ว ลุกขึ้นมาหลอกหลอนทีมอื่นกันเป็นว่าเล่น เพราะนักเตะอย่าง 

บูรโน่ เฟอร์นันเดส เข้ามาเปลี่ยนแปลงการเล่นของฟุตบอลแมนยู ให้ดูเป็นทรงฟุตบอลได้ดีขึ้นมาก เพราะด้วยความที่เค้าเป็นนักเตะที่เล่นบอลได้ฉลาดและครบเครื่อง ไม่ว่าจะรุก รับ ทั้งยิง เลี้ยง และจ่ายบอล แต่ที่สำคัญสุดคือ เล่นง่าย ทำให้เพื่อนๆร่วมทีมต่างไม่ต้องเป็นกังวลกับการเล่นของเค้า ผิดกับ พอล ป๊อกบา ที่ต้องบอกว่าเป็นนักเตะอัจฉริยะ แต่ด้วยความที่ค่อนข้างติดแอ๊ก และมักจะเล่นลูกยากๆ ทำให้เพื่อนตามกันไม่ทัน ผลร้ายจึงเกิดขึ้นมากกว่าผลเสีย ซึ่งถึงขนาดนี้ แฟนบอลลืม พอล ป๊อกบา ไปแล้ว และด้วยตำแหน่งที่เล่นเหมือนกัน จึงทำให้แฟนบอลไม่ต้องการนักเตะอย่างพอล ป๊อกบา อีกต่อไป 

ถึงขนาดที่โซลชา บอกว่า ฤดูกาลหน้าเค้าขอซื้ออีกสามตำแหน่งเท่านั้น เค้าพร้อมที่จะต่อกรและแย่งแชมป์กับทุกทีม ซึ่งนักเตะตำแหน่งนั้นนั้นมีใครบ้างลองมาดูกัน 

ตำแหน่งกองกลาง ที่ทางโซลชา อยากได้มาช่วยทีม เพราะมีข่าวว่า เค้าอาจจะขาย เนมันย่า มาติชทิ้งออกไป และเอามาเป็นอะไหล่เล่นร่วมกันนักเตะที่มีอยุ่แล้ว กับ สก๊อต แมคโทมิเนียร์  และเฟรด ส่วนพอล ป๊อกบา ดูแล้วยังไงก็น่าจะย้ายออกมา นี่จึงเป็นตำแหน่งที่โซลชา ต้องการ

ตำแหน่งตัวริมเส้น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่โซลชาต้องการอย่างมาก เพราะปีกธรรมชาติของแมนยูตอนนี้ มีแค่ ดาเนี่ยม เจมส์ จริง นอกนั้น อย่างมาต้า อาจจะอายุมากเกินไปแล้ว ซึ่งโซลชา นั้นอยากได้ เจดอน ซานโช่ จากดอร์ทมุน มาร่วมทีม ซึ่งทางหากไม่ได้นักเตะคนนี้ อาจจะเป็น โธมัส มุลเลอร์ จากเสือใต้ บาเยิรน์มิวนิก 

สุดท้ายตำแหน่งกองหน้า ซึ่งตอนนี้มี มาร์ซิยาล กับ แรชฟอร์ด และดาวรุ่งชั้นดี อย่าง มารอน กรีนวูด ซึ่งคนที่เค้าอยากได้นั้น คือ แฮรี่ เคน ซึ่ง หากได้มาจริงๆ เค้าสามารถโยก มาร์ซิยาล  ไปเล่นด้านข้างได้ และถ้าหากได้มาจริงๆ นั้น น่าจะทำให้แมนยู กลายเป็นทีมที่น่ากลัวจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องอยู่ที่บารมี ฝีปากของโซลชา ว่าจะดึงผู้เล่นที่เค้าอยากได้มาร่วมทีมหรือไม่ และที่สำคัญคือเงิน ที่จะจ่ายให้กับต้นสังกัดเดิมของนักเตะคนนั้นได้หรือมา แต่หากได้มาจริงๆ ทั้งสามตำแหน่งนั้น นั่นหมายความว่า แมนซิตี้ และลิเวอร์พูลนั้น มีคู่แข่งสำคัญเพิ่มขึ้นมาอีกทีมในฤดูกาลหน้า

 

สนับสนุนโดย  dewabet

Posted in ข่าวกีฬา

พื้นที่โควตาแชมป์เปี้ยนลีก ในฟุตบอลอังกฤษ

หลังจากที่ทางยูฟ่า มีประกาศออกมาว่า สโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ จากประเทศอังกฤษ จะถูกแบน สั่งห้ามลงแข่งขันในศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก เป็นจำนวนเวลาสองฤดูกาล ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ซึ่งถึงแม้เมื่อมีประกาศนี้ออกมานั้น ทางสโมสรเรือใบสีฟ้า จะยื่นเรื่องไปให้ทางยูฟ่า เพื่อพิจารณาใหม่แล้วก็ตาม แต่คำสั่งนี้ยังคงมีผลจนกว่าจะมีการตัดสินกันใหม่ นั่นจึงหมายความว่า จากเดิมที่ประเทศอังกฤษจะได้โควต้าไปเล่นศึกฟุตบอลแชมป์เปี้ยนลีกนั้น

จะเป็นอันดับที่หนึ่งถึงอันดับที่สี่ จะกลายเป็นว่าสำหรับฤดูกาลนี้นั้น ทางเรือใบสีฟ้า น่าจะยึดตำแหน่งเข้าป้ายเป็นอันสองค่อนข้างแน่แล้ว นั่นจึงทำให้ผลพลอยได้จากการถูกแบนของเรือใบสีฟ้าครั้งนี้ ตกลงมาอยู่ทีมที่สามารถจบอันดับที่ห้าในลีกได้ ซึ่งจากเดิมก็มีการแข่งขันเพื่อแย่งพื้นที่ สี่อันดับแรกกันสนุกอยู่แล้ว

คราวนี้ทีมที่อยู่อันดับห้า ก็มีโอกาสได้ลุ้นไปด้วย ซึ่งนั้นหมายความว่า หากมองกันจริงๆแล้ว ปีนี้อันดับหนึ่งคงเป็นหงส์แดง ลิเวอร์พูล อันสองเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ และอันดับสามคือสุนัขจิ้งจอก เลสเตอร์ นั่นจึงยังคงเหลือสองอันดับให้ได้ลุ้นกัน ซึ่งตอนนีทีมที่มีโอกาสจะเป็นสองทีมสุดท้ายนั้น ก็คือทีมเชลซี และแมนยู และมีอีกสี่ทีมที่มีโอกาสสอดแทรดเบียขึ้นมาได้อีกถึงสี่ทีม นั่นคือ วูลฟ์แฮมตัม เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด เสปอร์ และอาร์เซนอล

โดยทั้งหกทีมนี้จะมีโอกาสแค่สองทีมเท่านั้นที่คว้าสิทธิ์นี้ไป หากแมนซิตี้โดนตัดสินลงโทษจริง และหากมองดูจากโอกาสในแต่ละทีมแล้วนั้น ความเป็นไปได้ น่าจะเป็นดังนี้

สโมสรเชลซี หากว่ากันจริงๆ แล้ว มีช่วงหนึ่ง ทีมเชลซี มีเป๋ ไปแต่ด้วยความเป็นนักสู้ของแฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ไม่เคยยอมแพ้ เค้าพาทีมกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง ซึ่งโอกาสที่จะคว้าตั๋วไปแชมป์เปี้ยนลีกนั้น อยู่ที่ 75%

สโมสรแมนยู นับตั้งแต่ได้ตัว บรูโน่ เฟอร์นันเดส มานั่นเหมือน จิ๊กซอว์ที่ โซลชา ตามหากันจนเจอ ฟอร์มแมนยู กลับมาสุดยอดอีกครั้ง ซึ่งหากรักษามาตราฐานนี้ได้ โอกาสนั้นอยุ่ที่ 65%

สโมสรวูลฟ์แฮมตัม หากใครเคยมีโอกาสได้ดูสโมสรนี้เล่น ต้องบอกว่าเป็นทีมที่ทรงบอลดีและเล่นสนุกมาก ซึ่งมีโอกาสอยู่ 50%

สโมสรเชฟยูไนเต็ด สเปอร์ และอาร์เซนอล ทางสื่อยังมองว่า เชฟยูไนเต็ด น่าจะมีหลุดฟอร์มและกดดันเองช่วงท้ายๆ ส่วนเสปอร์ ตัวผู้เล่นบาดเจ็บเยอะจนไม่สามารถจูนทีมได้ และอาร์เซนอล คงต้องให้เวลากุนซือคนใหม่ปรับสมดุลทีมให้ลงตัวกว่านี้ จึงมองว่าทั้งสามทีมนี้ โอกาสอยู่แค่ 30% เท่านั้น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

Posted in ข่าวกีฬา

พรีเมียร์ลีก หรือพรีเมียร์ชิพ ถือว่าเป็นลีกที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของการจัดอันดับที่มีผู้ชมเยอะและติดตามมากที่สุดในโลก เพราะลีกของอังกฤษนี้ มีการแข่งขันที่เข้มข้น และแต่ละทีมค่อนข้างสูสีและมีศักยภาพที่ใกล้เคียงกัน

โดยปัจจุบันลีกอังกฤษนั้นมีทั้งหมด 20 ทีม

แข่งขันกันทั้งหมดทีมละ 38 นัด และยังมีแถมฟุตบอลถ้วยในประเทศอีก 2 ถ้วย คือ ถ้วยลีกคัพหรือคาราบาวคัพในปัจจุบัน และอีกถ้วยคือเอฟเอคัพ ซึ่งความสนุกของพรีเมียร์ลีกนี้ ก็เพราะมีทีมที่เป็นยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอล อยู่ถึง 4 ถึง 6 ทีมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือเจ้าของฉายาผีแดง , ทีมลิเวอร์พูล หรือเจ้าของฉายาหงส์แดง, ทีมเชลซี เจ้าของฉายาสิงห์บลู, ทีมอาร์เซนอล เจ้าของฉายาปืนใหญ่ , ทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ หรือเจ้าของฉายาเรือใบสีฟ้า และทีมเสปอร์ เจ้าของฉายาไก่เดือยทอง ซึ่งทั้งหกทีมนี้ต่างสร้างสีสันและความสนุกให้กับฟุตบอลอังกฤษอย่างมากมาย

เพราะทั้งหกทีมนี้ผลัดกันครองความยิ่งใหญ่ทั้งในฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วย อีกทั้งทีมต่างๆที่เหลือก็ยังพร้อมที่จะเป็นทีมที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์การลุ้นแชมป์ของแต่ละทีมให้เปลี่ยนไปได้ โดยในช่วงทศวรรษปี 2000-2010 นั้นดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาความยิ่งใหญ่ของทีมอย่างแมนยูไนเต็ด อาร์เซนอล และเชลซี ซึ่งทั้งสามทีมนี้ผลัดกันขึ้นเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกกันอย่างสุดมันส์ รวมถึงทีมอย่างแมนยูไนเต็ดที่ก้าวไปครองความยิ่งใหญ่ในระดับยุโรปได้

แต่หลังจากสิบปีผ่านไปเข้าสู่ยุคปี 2011 จนถึงปัจจุบันการผ่องถ่ายอำนาจจากเมืองแมนยู ไปสู่เมืองแมนซิตี้ จากสีแดงกลายเป็นสีฟ้านั้น แมนซิตี้ก้าวขึ้นมาครองอำนาจอย่างเต็มตัว โดยมีทีมเชลซี กับลิเวอร์พูล และสเปอร์ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่ง ซึ่งการที่มีทีมหลายๆทีมแย่งชิงความเป็นหนึ่งนั้นจึงทำให้ลีกพรีเมียร์ชิพอย่างอังกฤษ เป็นลีกที่ดูสนุกและลุ้นกันนัดต่อนัด ผิดกับลีกอื่นๆ ที่ผูกขาดกันแค่ สองสามทีม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นักบอลเก่งๆ ส่วนใหญ่มีความต้องการและสนใจที่จะมาค้าแข้งอยู่ในบนเกาะอังกฤษนี้

และลีกอังกกฤษนี้ยังเป็นสื่อชั้นดีที่ทำให้นักเตะดังไปทั่วโลก มีผู้คนมากมายที่รอจะรู้จักพวกเค้า หากเพียงแค่คุณเล่นได้เข้าตาเพียงแค่นัดหรือสองนัด ชื่อของคุณจะดังเพียงชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว และนี้คงเป็นมนต์เสน่ห์ของฟุตบอลอังกฤษ ที่ดึงดูดนักเตะจากทั่วโลกให้เข้ามาค้าแข้งและสร้างความสนุกให้กับคนดูที่ติดตามฟุตบอลอังกฤษกันอยู่ทั่วโลก

 

สนับสนุนโดย  9luck

Posted in ข่าวกีฬา

หากจะพูดตำแหน่งกัปตันทีมฟุตบอลนั้น

นั่นคือตำแหน่งที่ทรงเกียรติพาลูกทีมขึ้นรับถ้วยแชมป์และเหรียญรางวัล ส่วนในสนามคุณต้องเป็นผู้นำที่ทำหน้าที่บัญชาเกมและคุมเพื่อนร่วมทีม รวมถึงคอยกระตุ้นปลุกเร้าให้ร่วมกันสู้ แต่หากมองถึงคุณสมบัตินี้หล่ะ ในสมัยนี้ค่อนข้างหายากกับคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งกัปตันทีมนี้จริงๆ บางทีมก็เลือกจากอาวุโส บางทีมก็เลือกจากค่าตัวแพง บางทีมก็เลือกจากความเก่ง

แต่สำหรับทีมอย่างอาร์เซนอล ยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอนนั้น นับตั้งแต่มีสุดยอดกัปตันทีมไล่เรียงมาตั้งแต่ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษอย่าง โทนี่ อดัมส์ ไล่มาจนสุดยอดกองกลางอย่าง แพคทริค วิเอร่า และสุดท้ายมาที่ยอดกองหน้าตัวยิงประตูอย่างเธียรี่ อองรีนั้น และหลังจากหมดยุคของทั้งสามคนนี้นั้น ทีมเมืองหลวงจากกรุงลอนดอน อย่างอาร์เซนอลนี้ ก็ไม่เคยมีกัปตันทีมใจเพชรจริงๆที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้เลย เพราะตั้งแต่นั้นมากัปตันแต่ละคนของอาร์เซนอล

ก็เรียกได้ว่าไม่เข้าตาเลยสักคน ไล่มาตั้งแต่ กัปตันกองหลังอย่าง โลล็องค์ ก๊อตซินี่ ซึ่งเรียกว่าเป็นกัปตันทีมกระดูกเปราะที่ลงเล่นไม่กี่นัดเดี๋ยวก็เจ็บ ซึ่งหมายความว่าเค้าเล่นๆ และก็หยุดๆ เพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บนี่เอง

แถมบางนัดลงมาเล่น แต่ฟอร์มก็สามวันดี สี่วันไข้ เดี๋ยวบางนัดก็เก่งขึ้นมา แต่บางนัดฟอร์มก็หลุดซะอย่างนั้น ซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เค้าไม่สามารถเป็นกัปตันทีมที่ดีของอาร์เซนอลได้เลย คนต่อมาคือ เมซุต โอซิล คนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะถ้าว่ากันด้วยฝีมือ นักเตะคนนี้ถือว่ามีเซนส์บอลที่สุดยอด แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นคนขี้เกียจไม่ค่อยวิ่ง และไม่ดุดัน ทำให้เพื่อนๆในสนาม ไม่ค่อยจะยอมรับเค้าในตำแหน่งกัปตันทีมนี้ซะเท่าไหร่

แล้วยิ่งแฟนบอลเห็นความขี้เกียจเค้าขนาดนี้ ยิ่งไม่ค่อยจะปลื้มเลยแม้แต่นิดเดียว คนต่อมาคือ ชานิต ชาก้า จริงๆแล้ว ชาก้านั้น ตอนแรกที่รับตำแหน่งนี้ เหมือนเค้าจะทำได้ดีทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วด้วยความที่เค้าเริ่มเล่นบอลแบบติดแอ๊ก คิดว่าตัวเองเก่ง และเริ่มทำให้ทีมเสียกระบวนการเล่น แฟนบอลก็เริ่มจะไม่ชอบใจเค้าเท่าไหร่

และเรื่องที่สำคัญ นัดที่เค้าโดนเปลี่ยนตัวออกครั้งหนึ่งในเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ตัวเค้าเองตบะแตก และแสดงความไม่พอใจออกมา ตอนถูกเปลี่ยนตัวและตะโกนใส่แฟนบอลว่า fuck off ซึ่งนั่นหมายความว่าตำแหน่งปลอกแขนกัปตันทีมของเค้ากระเด็นไปพร้อมกับคำพูดนั้นเลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายปลอกแขนกัปตันทีม ปัจจุบันย้ายมาอยู่กับ โอบาเมยอง ซึ่งแฟนบอลก็หวังว่าเค้าจะทำได้ดีเหมือน อองรี ในยุคก่อนนะ

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้  nowbet

Posted in ข่าวกีฬา

แมนยูไนเต็ด หรือผีแดง สโมสรยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ชิพ ของเกาะอังกฤษ ทีมที่ไม่มีใครรู้จัก และหลายๆคนที่เล่นฟุตบอลก็ใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเล่นให้กับทีมผีแดงนี้ สักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่คุณรู้ไหมว่าเคยมีนักเตะที่ปฎิเสธ แมนยูมาแล้ว อาจจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่พวกเค้าเหล่านั้นไม่มาแมนยู

คนแรก โรนัลดินโญ่ ก็ไม่แปลกที่จะไม่มา เพราะระดับนักเตะอย่างเหยินน้อยก็มีสิทธิที่จะเลือกเหมือนกัน เพราะตอนนั้นเค้ามีตัวเลือกอย่างเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า เข้ามาอยู่ในใจด้วยและสุดท้ายเหยินน้อยก็ตัดสินใจไปเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ปล่อยให้แฟนผีแดงบ่นร้องเสียดายกันไป และยิ่งไปกว่านั้นการเลือกของเหยินน้อย ก็ถือว่าเลือกถูกเพราะเค้านั้นไปได้ดิบได้ดี กับบาร์เซโลน่า และเป็นจอมทัพพาทีมกวาดแชมป์มากมายนับไม่ถ้วน

อลัน เชียร์เรอร์ สุดยอดดาวยิงในยุคนั้น

ที่กองเชียร์ผีแดงอยากได้มากที่สุด เพราะหัวหอกทีมชาติอังกฤษในช่วงนั้นถือว่าเป็นดาวยิงที่สุดยอดที่สุดในเกาะอังกฤษ แต่กลับกลายเป็นว่า เชียร์เรอร์ ตัดสินใจไปอยู่ กุหลาบไฟ แบล็กเบรินโรเวอร์ ซะงั้น ทั้งๆ ที่สื่อหลายคนเชื่อว่า ยังไงผีแดงก็ไม่พลาดดาวเตะคนนี้แน่นอน ซึ่งเหตุผลที่เชียเรอร์ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ไปผีแดงนั้นก็เพราะว่ากุหลาบไฟติดต่อเค้าเข้ามาก่อนนั่นเอง โอ้โห อะไรจะยึดมั่นถือมั่นซะขนาดนั้น เพราะถ้าดาวยิงคนนี้ตัดสินใจมาผีแดง คิดว่าอาชีพนักเตะอย่างเค้าก็มีเหรียญรางวัลชนะเลิศมากมาย และคงมีโอกาสได้ชูถ้วยพรีเมียร์มากกว่าหนึ่งครั้งแน่ๆ

แกเร็ธ เบล ปีกพ่อมดชาวเวลล์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นอยู่กับเซาแธมป์ตัน และย้ายไปอยู่ไก่เดือยทอง ซึ่งผีแดงก็หมายปองที่จะอยากได้เค้าไปร่วมทีม แต่สุดท้ายนักเตะรายนี้ก็ย้ายไป ราชันชุดขาว ซึ่งก็ถือว่าไม่แปลก เพราะราชันยุคนั้น เพียบพร้อมไปด้วยซุปเปอร์สตาร์ที่พร้อมจะช่วยผลักดัน ให้ปีกพ่อมดรายนี้ คว้ารางวัลต่างๆ

มาประดับอาชีพการค้าแข้งของเค้าได้ ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดที่ถูกต้อง เพราะตั้งแต่เจ้าตัวย้ายไปร่วมทีมมาดริด นักเตะคนนี้ก็คว้ารางวัลมากมาย กวาดแชมป์จนนับไม่ถ้วน ซึ่งก็ถือว่าเค้าคิดถูกต้องแล้วที่ย้ายไปมาดริด เพราะด้วยเจ้าตัวมักจะมีอาการบาดเจ็บบ่อย หากฝืนเล่นในลีกอังกฤษที่ถือว่าเล่นค่อนข้างหนักกว่าเสปน ป่านนี้เจ้าตัวคงไม่พิการ แต่คงโดนเตะจนน่วมแน่ๆ 

และนี่คือนักเตะในตำนานที่เคยปฏิเสธเข้าร่วมโรงละครแห่งความฝันมาแล้ว

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนจาก  rb88

Posted in ข่าวกีฬา

หากจะถามว่าใครเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดของทัพผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายๆ คนอาจจะมีนักเตะในใจ แต่คนหนึ่งที่มักจะถูกพูดถึงนั่นก็คือ รุด ฟานนิสเตอรอย เพราะเค้าคือหนึ่งในกองหน้าที่เฉียบขาดที่สุดในยุคปี 2000 และกรอบเขตโทษคือพื้นที่ของเค้า โดยรุด ฟานนิสเตอรอย เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นตั้งแต่เด็ก และไม่เคยเล่นตำแหน่งกองหน้ามาก่อนเลย

เพราะตำแหน่งที่เค้าเริ่มเล่นคือกองกลาง จนเค้าเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลอย่างจริงจัง กับสโมสรเดนบอสในตอนเค้าอายุสิบเจ็ดปี รุด ฟานนิสเตอรอย ได้ใช้เวลาประมาณสี่ปี ในการฝึกปรือความสามารถกับสโมสรแห่งนี้ จนมีโอกาสได้ย้ายไปเล่นในสโมสรที่ใหญ่ขึ้นอย่าง ฮีเรนวีน และที่นี่เอง เค้าใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งปีในการลงเล่น จนผลงานและฝีเท้าไปเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่ อย่างพีเอสวีไอโฮเฟ่น ดึงตัวเค้าไปร่วมทีม

และที่นี่เองที่ทำให้เค้ากลายเป็นดาวยิงที่แท้จริง ด้วยประตูรวมเพียงแค่ฤดูกาลเดียวที่เค้าเริ่มเล่นคือ สามสิบเอ็ดประตู และในฤดูกาลที่สอง ความร้อนแรงยังคงต่อเนื่อง เค้าพาทีมจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งที่สาม และได้ไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก และฤดูกาลที่สามเค้าก็พาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

ด้วยผลงานลงเล่น สามสิบเอ็ดนัด และยิงไปสามสิบเอ็ดประตู นั่นทำให้ชื่อเสียงของเค้าไปเข้าหูของ เซอร์ อเล็กเฟอร์กูสัน จนถึงกับต้องเซ็นต์สัญญากับเค้าในฤดูกาลต่อมา แต่แล้วสัญญานี้ก็ต้องล่มลง เมื่อฟานนิสเตอรอยได้รับบาดเจ็บ ถึงขนาดต้องพักรักษาตัวเป็นปี และนี่เองที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ให้สัญญาใจกับ รุด ฟานนิสเตอรอย ว่าถ้าเค้าหายเจ็บเมื่อไหร่ และกลับมาโชว์ฟอร์มได้เหมือนเดิม เค้าจะกลับมาเซ็นต์สัญญา และคว้าไปร่วมทัพผีแดงอีกครั้ง และนั่นก็คือความจริงที่ เซอร์อเล็กซ์ ได้พูดไว้

เพราะเมื่อรุด ฟานนิสเตอรอย หายเจ็บและกลับมาเล่นได้ดีเหมือนเดิม ยอดผู้จัดการทีมก็ไม่รอช้าคว้าตัวของเค้าไปร่วมทัพจนได้ และรุด ฟานนิสเตอรอย  ก็ตอบแทนความไว้วางใจนี้ ด้วยการลงเล่นแค่ฤดูกาลแรก ก็สามารถพาแมนยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกมาครองได้ ด้วยผลงานส่วนตัวอันสุดยอดของเค้าคือลงเล่นทั้งหมด ห้าสิบสองเกม เค้ายิงไปถึงสี่สิบสี่ประตู

และตลอดห้าฤดูกาลที่เค้าร่วมทัพกับปีศาจแดงนั้น รุด ฟานนิสเตอรอย ยิงได้เกินเลขสองหลัก ทุกฤดูกาล ซึ่งถ้าดูฤดูกาลที่เค้ายิงได้น้อยสุดนั้น ก็ยังปาเข้าไปถึงสิบหกประตูเลยทีเดียว แต่ทว่าฉากจบระหว่างเค้ากับผีแดงก็ไม่สวยนัก เพราะดันไปทะเลาะกับเฟอร์กี้ และมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมอย่าง คริสติโน่ โรนัลโด้ ซึ่งสุดท้ายเค้าก็ต้องย้ายออกจากสโมสรนี้ไป

Posted in นักเตะชื่อดัง